สรุปข่าว
- Bitcoin ยืนเหนือแนวรับ $70,000 ได้แม้ตลาดจะเผชิญแรงกดดันจากโอกาสการลดดอกเบี้ยของเดือนมีนาคมที่ร่วงลงต่ำกว่า 1%
- ราคา Bitcoin อยู่ที่ $70,024 ลดลง 0.86% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาเงียบสงบและราคาน้ำมันยังผันผวนจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
- นักลงทุนต้องจับตาสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การที่ Bitcoin ยังยืนเหนือ $70,000 ได้แสดงให้เห็นว่าตลาดมีแรงซื้อรองรับในระดับนี้ แต่การที่โอกาสลดดอกเบี้ยเดือนมีนาคมหายไปเกือบหมดทำให้ขาดตัวกระตุ้นในระยะสั้น ประกอบกับความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังกดราคาน้ำมันให้ผันผวน ทำให้บรรยากาศตลาดโดยรวมอยู่ในโหมดระมัดระวัง
ราคา Bitcoin ณ วันที่ 12 มี.ค. 2569 อยู่ที่ $70,024 ลดลงเล็กน้อย 0.86% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยยังเกาะแนวรับ $70,000 เอาไว้ได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมมหภาคที่ซับซ้อน ตามรายงานจาก Cointelegraph โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมร่วงลงต่ำกว่า 1% แล้ว หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาเงียบสงบไม่ได้ส่งสัญญาณให้ต้องเร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะเดียวกันราคาน้ำมันยังคงผันผวนเพราะตลาดยังไม่แน่ใจว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน
เมื่อความหวังลดดอกเบี้ยมีนาคมแทบดับสนิท
สิ่งที่นักลงทุนเคยใช้เป็นตัวกระตุ้นตลาดในช่วงต้นปีคือความคาดหวังว่า Jerome Powell และคณะกรรมการ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น แต่ตอนนี้โอกาสนั้นแทบไม่เหลืออยู่แล้ว ข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาไม่ได้อ่อนแอพอจะบังคับให้ Fed ต้องเร่งมือ และตลาดก็ตอบรับด้วยการขยับตัวน้อยมาก Bitcoin ก็ไม่ต่างกัน ราคาแกว่งตัวแคบในกรอบ $70,000 โดยไม่มีแรงส่งจากปัจจัยบวกชัดเจน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า จับตา ! “เจอโรม พาวเวลล์” กล่าวสุนทรพจน์วันนี้ หาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย กำหนดชะตาตลาดคริปโต ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโตมีความอ่อนไหวต่อสัญญาณดอกเบี้ยจาก Fed อย่างมาก การที่โอกาสลดดอกเบี้ยหายไปเกือบหมดในรอบนี้จึงเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ตะวันออกกลางและน้ำมัน กดดันบรรยากาศตลาดต่อเนื่อง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดยังระมัดระวังคือราคาน้ำมันที่ยังผันผวนสูง โดย Siam Blockchain ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ว่า ราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งเกิน $92 ต่อบาร์เรล และต่อมา ขึ้นไปแตะ $94 ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ Dow Jones ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 500 จุด บ่งชี้ว่านักลงทุนทั่วโลกยังอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ FBI ยังเตือนเรื่องโอกาสโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่าน บนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ให้หนักขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้รวมกับการที่ จีนระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงกลั่นทั้งหมด ยิ่งตึงตลาดพลังงานโลกเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งโดยปกติแล้วสภาพแวดล้อมที่ราคาพลังงานสูงและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นพร้อมกันมักทำให้นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง แต่ Bitcoin กลับยืนหยัดเหนือ $70,000 ได้ ซึ่งนับว่าสะท้อนแรงซื้อที่ยังคงมีอยู่
Bitcoin แข็งแกร่งพอแค่ไหนในสภาพแวดล้อมแบบนี้
แม้ปัจจัยลบจะรุมเร้า แต่การที่ Bitcoin ยังรักษาระดับ $70,000 ไว้ได้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในแง่ของความแข็งแกร่งของแนวรับ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดได้รับแรงกดดันหลายด้านทั้งจากนโยบายการค้า ความตึงเครียดทางทหาร และสัญญาณสภาพคล่องในตลาดเครดิตที่เริ่มตึงตัว โดย Siam Blockchain รายงานว่า กองทุนสินเชื่อเอกชนมูลค่า 3.3 หมื่นล้านถูกจำกัดการถอนเงิน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าความเครียดในตลาดสินเชื่อกำลังสะสม
อย่างไรก็ตาม ด้านบวกยังมีอยู่บ้าง โดย ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC ได้ลงนาม MOU ร่วมกันกำกับดูแลคริปโต ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในระยะยาว และ Strategy กำลังเดินหน้าสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการจากสถาบันยังคงมีอยู่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นแบบ “รอดูก่อน” ค่อนข้างชัดเจน Bitcoin ยืนเหนือ $70,000 ได้แม้จะมีปัจจัยลบเต็มไปหมด ซึ่งฟังดูดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขึ้นแรงในเร็ว ๆ นี้ เพราะตัวกระตุ้นสำคัญอย่างความหวังเรื่องดอกเบี้ยลดก็หายไปแล้ว สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือตัวเลขเงินเฟ้อรอบถัดไปและท่าทีของ Jerome Powell ว่าจะส่งสัญญาณอะไรเพิ่มเติม ถ้าข้อมูลออกมาแย่กว่าที่คาด โอกาสลดดอกเบี้ยก็จะยิ่งถูกผลักออกไปไกลขึ้น และนั่นอาจทำให้ Bitcoin เริ่มกดดันแนวรับ $70,000 ได้จริงจัง
เครดิตภาพจาก @ShahMuzami98676
