สรุปข่าว
- BlackRock เปิดตัว iShares Staked Ethereum Trust (ETHB) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ตัวแรกของค่ายที่เปิดให้นักลงทุนได้รับเงินปันผลรายเดือนจากผลตอบแทนในการ Staking ETH
- จัดโปรโมชันลดค่าธรรมเนียมจาก 0.25% เหลือเพียง 0.12% ในปีแรก หรือจนกว่า AUM จะแตะ $2.5 พันล้าน โดยดึง Coinbase มาเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์และจัดการเรื่อง Staking
- แม้ราคา ETH จะร่วงแรงจนนักลงทุน ETF เดิมติดดอยกันถ้วนหน้า ขาดทุนเฉลี่ย 43% แต่ส่วนใหญ่ยังโชว์ความเป็น “Diamond Hands” ไม่ยอมเทขายทิ้งง่ายๆ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
BlackRock ประกาศเปิดตัวกองทุน “ETHB” ซึ่งเป็น Spot Ethereum ETF ตัวแรกที่พ่วงฟีเจอร์ Staking เพื่อจ่ายปันผลรายเดือนให้นักลงทุนพร้อมหั่นโปรโมชันลดค่าธรรมเนียมลงเกินครึ่งเหลือเพียง 0.12% เพื่ออุดช่องโหว่ของกองทุนรุ่นแรก แม้สถานการณ์ปัจจุบันลูกค้า ETH ETF ล็อตแรกจะเจ็บหนักจากราคาเหรียญที่ร่วงลงจนพอร์ตติดลบเฉลี่ยถึง -43% แต่เม็ดเงินที่ไหลออกกลับมีน้อยมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวและพร้อมกัดฟันถือเพื่อสู้กับความผันผวนนี้ต่อไป
BlackRock กองทุนอันดับ 1 ของโลกกำลังเดินหมากครั้งสำคัญในวงการคริปโทเคอร์เรนซีด้วยการประกาศเปิดตัว iShares Staked Ethereum Trust (ETHB) ซึ่งเป็นกองทุน Spot Ethereum ETF กองแรกของบริษัทที่ผนวกรวมฟีเจอร์ “Staking” เข้ามาด้วย ซึ่งความพิเศษคือจะมีการจ่ายปันผลให้นักลงทุนแบบรายเดือน
กองทุนตัวใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดแบบเดิมๆ ของกองทุน ETF แบบทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับทั้งประโยชน์จากการเติบโตของราคาเหรียญ และรับเงินปันผลรายเดือนจากผลตอบแทนในการร่วมตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชน
BlackRock ประกาศหั่นค่าธรรมเนียมกองทุนลดลงเกินครึ่งจาก 0.25% เหลือเพียง 0.12% ในช่วงปีแรก หรือจนกว่ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) จะแตะ 2.5 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แต่งตั้ง Coinbase ให้เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์และจัดการระบบ Staking ร่วมกับกลุ่มผู้ตรวจสอบเครือข่ายระดับท็อปอย่าง Figment และ Galaxy Digital
เป้าหมายของกองทุนใหม่นี้มุ่งเป้าไปที่การอุดจุดอ่อนของกองทุน ETF ตัวแรก (ETHA) ของ BlackRock ที่ไม่มีการจ่ายปันผล ซึ่งเคยทำให้นักลงทุนสถาบันหลายแห่งชะลอการลงทุน
ความท้าทายสำคัญในขณะนี้คือ สถานการณ์ที่บอบช้ำของนักลงทุนรายเดิม ราคา Ethereum ร่วงลงกว่า 30% จากต้นปี มาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ $2,071 ส่งผลให้นักลงทุน Ethereum ETF ล็อตแรกต้องแบกรับตัวเลขขาดทุนทางบัญชีเฉลี่ยสูงถึง 43% จากต้นทุนที่เคยเข้าซื้อระดับ $3,500
ทว่าสิ่งที่น่าจับตาคือ แรงเทขายหรือเม็ดเงินที่ไหลออกจากกองทุนกลับมีไม่มากนัก สะท้อนถึงความใจแข็งและแรงเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงกัดฟันถือท่ามกลางความผันผวน
มุมมองผู้เขียน: การเปิดไพ่ใบใหม่ของ BlackRock ในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่อาจดึงดูดกระแสเงินทุนให้หวนกลับมาเดิมพันกับศักยภาพระยะยาวของ Ethereum อีกครั้งที่มา:crytopolitan

