สรุปข่าว
- ตามการเปิดเผยบน X Michael Saylor CEO Strategy ตอบกลับ Boris Johnson อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่เขียนใน Daily Mail ว่า Bitcoin เป็น “อภิมหาแชร์ลูกโซ่” โดย Saylor กล่าวว่า “Bitcoin ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ จะเป็นลูกโซ่ได้ต้องมีทั้งคนกลาง, สัญญาผลตอบแทน, และจ่ายเงินนักลงทุนรุ่นแรกด้วยเงินของนักลงทุนรุ่นหลัง Bitcoin ไม่มีผู้ออก ไม่มีผู้โปรโมท ไม่มีผลตอบแทนรับประกัน — มีแค่เครือข่ายเงินดิจิทัลแบบเปิดและกระจายศูนย์ที่ขับเคลื่อนด้วยโค้ดและอุปสงค์ตลาด”
- Johnson ใช้เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูก “หลอก” ให้ลงทุน £500 แล้วสุดท้ายเสียเงิน £20,000 เป็นหลักฐานว่า Bitcoin เป็นแชร์ลูกโซ่แต่ Saylor ชี้ว่านั่นคือ “scam ที่ใช้ชื่อ Bitcoin” เป็นข้ออ้างไม่ใช่ Bitcoin ที่เป็นคนลงมือหากเปรียบเทียบมันก็เหมือนกับที่มิจฉาชีพอ้าง “ทองคำ” แล้วมาหลอกลวงคนอื่น แต่ไม่มีใครที่โจมตีทองคำว่ามันแชร์ลูกโซ่
- ข้อมูลที่ Saylor ไม่ได้พูดแต่ถือว่าสำคัญคือการที่ Strategy ถือ 738,731 BTC คิดเป็น 3.5% ของ supply ทั้งหมด มูลค่า $50,000 ล้าน ดันพวกเขาเป็นองค์กรถือ Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากกว่ารัฐบาลสหรัฐฯและจีนถือรวมกัน Saylor ไม่ใช่แค่ “พูด” แต่ ” ทำให้เห็นจริง ๆ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
นี่ถือเป็นการโต้วาทีเชิงปรัชญามากกว่าข่าวที่กระทบราคาโดยตรง แต่ช่วยสร้างสตอรี่ให้กับ Bitcoin ในเชิงที่ดีสำหรับ BTC ในระยะยาวเพราะถ้ามองภาพเบุคคลระดับอดีตนายกฯ อังกฤษโจมตี Bitcoin ออกสื่อนั่นหมายความว่า BTC มีความสำคัญมากพอที่จะถูกโจมตีจากบุคคลระดับสูง
อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวหาว่า Bitcoin เป็น “แชร์ลูกโซ่” ในหนังสือพิมพ์ระดับชาติ คนที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก ย่อมต้องออกมาตอบโต้ Michael Saylor อธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไม Bitcoin ต่างจากแชร์ลูกโซ่อย่างสิ้นเชิง และทำไม Johnson เข้าใจสิ่งที่เขาพูดผิดไป
Boris Johnson พูดอะไรและทำไมถึงผิด?
Johnson เขียนใน Daily Mail ว่า “ผมสงสัยมาตั้งแต่ต้นว่าคริปโตทั้งหมดเป็นแชร์ลูกโซ่” โดยใช้เรื่องราวของชายจากหมู่บ้านที่ถูกชักชวนให้ลงทุน £500 แล้วสุดท้ายเสีย £20,000 Johnson สรุปว่า “มันเหมือนทุกลูกโซ่ที่ผ่านมาที่ต้องพึ่งนักลงทุนรายใหม่ที่หลงเชื่อเข้ามาเรื่อยๆ”
ปัญหาคือเรื่องที่ Johnson เล่าคือ “scam ที่ใช้ชื่อ Bitcoin” มาอ้างเพราะมิจฉาชีพสัญญาว่าจะเพิ่มเงินเป็น 2 เท่าถ้ามาลงทุนด้วยแต่ไม่ใช่ Bitcoin ที่ลงมือเอง เหมือนกับที่มีคนหลอกขายทองคำปลอม แต่ไม่มีใครเรียกทองคำว่า “แชร์ลูกโซ่”
Saylor ตอบ 3 จุดต่างระหว่าง Bitcoin กับแชร์ลูกโซ่
Saylor ได้ให้คำอธิบายแบ่งออกแยกย่อยได้เป็น 3 จุดหลักที่ทำให้ Bitcoin ต่างจากแชร์ลูกโซ่
(1) ไม่มีผู้ดำเนินการกลาง ถ้าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ได้ต้องมี “ตัวกลาง” ที่รับเงินและจ่ายผลตอบแทน Bitcoin ไม่มีผู้ออกเหรียญ, ไม่มีบริษัท, ไม่มี CEO มันรันได้ด้วย code ที่ทุกคนตรวจสอบได้
(2) ไม่มีการการันตีผลตอบแทน แชร์ลูกโซ่มักให้คำมั่นสัญญาจะให้ผลตอบแทนต่อเดือนในอัตราที่ต่างกันออกไปแต่ Bitcoin ไม่เคยสัญญาอะไร ราคามีทั้งขึ้นทั้งลงไม่มีใครรับประกันอะไรได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
(3) ไม่ได้จ่ายเงินนักลงทุนเก่าด้วยเงินของนักลงทุนใหม่ แชร์ลูกโซ่จะใช้เงินรุ่นหลังจ่ายรุ่นแรก Bitcoin ไม่มีกลไกนี้ ราคาเกิดจากอุปสงค์-อุปทานในตลาดเปิดเหมือนทองคำ, น้ำมันหรือหุ้น
หากพิจารณาจากที่ Saylor อธิบายถือว่าเคลียร์ชัดว่าทำไม Bitcoin ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา market cap Bitcoin มีมากถึง $1.3 ล้านล้าน บวกกับเรื่องของการตั้ง ETFs จาก BlackRock/Fidelity/VanEck, รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสร้างคลัง Bitcoin สำรองของชาติถ้าลูกโซ่จริงมันไม่น่าอยู่ได้นานถึง 16 ปี
ที่มา: X, TheStreet Crypto, Crypto News

