bitkub-banner

Nasdaq และ NYSE จับมือ Kraken, OKX เตรียมนำหุ้นขึ้นบล็อกเชน ซื้อขายได้ 24 ชม.

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Nasdaq เตรียมเปิดระบบซื้อขายหุ้นในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน โดยจับมือกับ Kraken ผ่านแพลตฟอร์ม xStocks และยื่นข้อเสนอต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ในเดือนกันยายน 2568 เพื่อขออนุมัติกรอบการซื้อขายหุ้นโทเคน โดยคาดว่าระบบจะพร้อมใช้งานในครึ่งแรกของปี 2570
  • ICE เจ้าของ NYSE ประกาศพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์แบบโทเคนในเดือนมกราคม 2569 รองรับการซื้อขาย 24 ชั่วโมง การชำระเงินทันที และการถือหุ้นส่วน พร้อมลงทุนในกระดานเทรดคริปโต OKX มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยผู้ใช้ OKX กว่า 120 ล้านบัญชีจะเข้าถึงหุ้นโทเคน NYSE ได้ในครึ่งหลังของปี 2569
  • การเคลื่อนไหวครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดการเงินดั้งเดิมกำลังผสานรวมกับโลกคริปโตอย่างเป็นรูปธรรม แต่ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติจาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ ซึ่งเป็นด่านสำคัญก่อนเปิดตัวจริง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Nasdaq และ NYSE ประกาศนำบล็อกเชนมาใช้ในระบบซื้อขายจริง ถือเป็นสัญญาณการยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนในระดับสถาบันที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ การที่ Nasdaq จับมือกับ Kraken และ ICE ลงทุนใน OKX ยังหมายความว่าระบบนิเวศของคริปโตจะขยายฐานผู้ใช้จากนักลงทุนหุ้นแบบดั้งเดิมได้มหาศาล ซึ่งในระยะยาวเป็นบวกต่อมูลค่าและสภาพคล่องของตลาดคริปโตโดยรวม

ตามรายงานจาก CoinDesk ในวันที่ 15 มี.ค. 2569 ทั้ง Nasdaq และ Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของ NYSE กำลังเดินหน้านำตลาดหุ้นซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านล้านดอลลาร์ขึ้นบล็อกเชน โดยทั้งสองยักษ์ใหญ่ต่างจับมือกับกระดานเทรดคริปโตชั้นนำ ได้แก่ Kraken และ OKX ตามลำดับ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเงินใหม่ที่เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมเข้ากับโลกคริปโตอย่างสมบูรณ์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าวอลล์สตรีทไม่ได้แค่ทดลองบล็อกเชนอีกต่อไป แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานจริงเพื่อนำมันมาใช้งานในระดับที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน

Nasdaq จับมือ Kraken เปิดตัวหุ้นโทเคน รอ ก.ล.ต. เปิดไฟเขียว

Nasdaq ได้ประกาศแผนการออกแบบ “หุ้นโทเคน” (Equity Token) รูปแบบใหม่ที่วางบริษัทจดทะเบียนไว้ที่ศูนย์กลางของสิทธิ์ความเป็นเจ้าของและการกำกับดูแล โดยระบบนี้จะนำบันทึกบล็อกเชนเข้าไปเชื่อมโดยตรงกับทะเบียนหุ้นอย่างเป็นทางการของบริษัท ทำให้การโอนโทเคนทุกครั้งมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการโอนหุ้นจริงรวมถึงสิทธิ์ลงคะแนนและรับเงินปันผล Nasdaq ได้ยื่นข้อเสนอต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน 2568 เพื่อขออนุมัติให้หุ้นโทเคนซื้อขายและชำระเงินผ่าน DTCC ได้ โดยคาดว่ากรอบการทำงานทั้งหมดจะพร้อมใช้งานในครึ่งแรกของปี 2570 หากได้รับไฟเขียว

ส่วนพันธมิตรหลักของ Nasdaq ในโครงการนี้คือ Payward บริษัทแม่ของกระดานเทรดคริปโต Kraken โดยทั้งสองจะพัฒนา “เกตเวย์เชื่อมตลาดหุ้นกับบล็อกเชน” ร่วมกันผ่านแพลตฟอร์ม xStocks ของ Kraken ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “คู่แข่งและพันธมิตรในเวลาเดียวกัน” เพราะกระดานเทรดคริปโตที่เคยเป็นตัวเลือกแทนตลาดหุ้นดั้งเดิม กลับกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างตลาดแห่งอนาคต

ICE ลงทุน OKX 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดทาง 120 ล้านบัญชีเข้าหุ้น NYSE

ฝั่ง ICE ซึ่งเป็นเจ้าของ NYSE ได้ประกาศพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์แบบโทเคนในเดือนมกราคม 2569 โดยมีจุดเด่นสำคัญคือรองรับการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ชำระเงินทันที ถือหุ้นส่วนได้ และใช้ Stablecoin เติมเงิน ระบบนี้จะผสาน Pillar matching engine ของ NYSE เข้ากับระบบหลังการซื้อขายบนบล็อกเชน และรองรับหลาย blockchain สำหรับการชำระเงินและการฝากหลักทรัพย์

ขั้นตอนที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ ICE ประกาศลงทุนในกระดานเทรดคริปโต OKX เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยประเมินมูลค่า OKX ที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งในฐานะพันธมิตร OKX ที่มีผู้ใช้กว่า 120 ล้านบัญชีทั่วโลก จะได้เข้าถึงตลาดฟิวเจอร์สคริปโตที่ได้รับการกำกับดูแลจาก ICE และในทางกลับกัน ผู้ใช้ OKX ก็จะสามารถซื้อหุ้นโทเคนของ NYSE ได้โดยตรง ทั้งหมดนี้คาดว่าจะเปิดให้ใช้งานได้ในครึ่งหลังของปี 2569 โดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2568 ICE ยังได้ลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ในแพลตฟอร์มการทำนาย Polymarket เพื่อร่วมพัฒนาโครงการ tokenization ด้วย

บล็อกเชนในตลาดทุน ยังต้องผ่านด่านกำกับดูแลและความท้าทายในทางปฏิบัติ

แม้ภาพรวมจะดูน่าตื่นเต้น แต่ทั้งสองโครงการยังต้องผ่านด่านสำคัญอีกหลายด่าน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ต้องให้การอนุมัติก่อนที่ทั้ง Nasdaq และ NYSE จะสามารถเปิดตัวระบบซื้อขายหุ้นโทเคนได้จริง นอกจากนี้ยังมีคำถามสำคัญเรื่องการเลือกใช้บล็อกเชนประเภทใด ทั้งแบบสาธารณะหรือแบบมีการควบคุมการเข้าถึง รวมถึงวิธีการเชื่อมระบบใหม่เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ซับซ้อนของตลาดทุน ปัจจุบันมูลค่าของหุ้นโทเคนบนบล็อกเชนทั้งหมดรวมกันอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งยังเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นรวมที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่อย่าง Nasdaq และ ICE ครั้งนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกฎหมาย GENIUS Act ที่สร้างกรอบกำกับ Stablecoin ในระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ผ่านในเดือนกรกฎาคม 2568 และแถลงการณ์ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในปี 2569 เกี่ยวกับหลักทรัพย์โทเคน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ใหญ่มากในแง่ของทิศทางระยะยาว เพราะเราไม่ได้พูดถึงบริษัท Fintech ที่ลองทำ pilot project เล็กๆ แต่เป็น Nasdaq กับ NYSE สองตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานจริงสำหรับหุ้นโทเคน สิ่งที่น่าสนใจมากคือพาร์ทเนอร์ที่พวกเขาเลือกเป็นกระดานเทรดคริปโต (Kraken และ OKX) ไม่ใช่ธนาคารใหญ่แบบดั้งเดิม นั่นบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับว่าใครมีเทคโนโลยีและผู้ใช้ที่พวกเขาต้องการ อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยังเป็นตัวแปรสำคัญ และระยะเวลาที่คาดไว้ (ครึ่งหลัง 2569 สำหรับ OKX และครึ่งแรก 2570 สำหรับ Nasdaq) ก็ยังห่างออกไปพอสมควร สิ่งที่ควรจับตาดูต่อไปคือท่าทีของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ว่าจะเปิดไฟเขียวเร็วแค่ไหน และมีกระดานเทรดคริปโตรายอื่นที่จะเข้ามาแย่งพาร์ทเนอร์กับตลาดหุ้นดั้งเดิมอีกหรือเปล่า

เครดิตภาพจาก @katekate666888