สรุปข่าว
- กลุ่มเจ้ามือที่ถือครอง 10 – 10,000 BTC กลับมาสะสมเหรียญเพิ่มอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเทขายอย่างหนักมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม
- ข้อมูลบนบล็อกเชนชี้ให้เห็นความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มเจ้ามือขนาดกลางถึงใหญ่ควบคุมซัพพลายรวมกันกว่า 66% ของตลาด ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณกลับตัวที่สำคัญ
- แม้ตลาดอนุพันธ์จะยังมีฝั่ง Short มากกว่า แต่จำนวนกระเป๋าที่มี Bitcoin ติดบัญชี พุ่งทุบสถิติใหม่ที่ 58.59 ล้านกระเป๋า สะท้อนการกระจายตัวสู่รายย่อยทั่วโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การกลับมาซื้อสุทธิของเจ้ามือในกลุ่ม 10 – 10,000 BTC คือสัญญาณบวกที่ชัดเจน เนื่องจากประวัติศาสตร์ระบุว่า กลุ่มนี้มักเคลื่อนไหวล่วงหน้าก่อนที่ราคาจะพุ่งแรงเสมอ
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกอย่าง Santiment ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้นักลงทุนใจชื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดยระบุว่า พฤติกรรมของ “เจ้ามือ Bitcoin” หรือกลุ่มผู้ถือครองรายใหญ่ที่มีเหรียญในครอบครองตั้งแต่ 10 ถึง 10,000 BTC เริ่มเปลี่ยนทิศทางจากการเป็นฝั่งเทขาย มาเป็นฝั่งซื้อสุทธิอีกครั้งในรอบ 2 เดือน
ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากที่กลุ่มเจ้ามือเหล่านี้กอดเหรียญนิ่งหรือทยอยระบายของมาตลอดตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา
เจ้ามือกลุ่มหลักคุมซัพพลาย 66% ให้กลับมาผงาด
เหตุผลที่นักวิเคราะห์ต้องจับตาดูเจ้ามือกลุ่ม 10 – 10,000 BTC เป็นพิเศษ นั่นก็เพราะพวกเขาถือครอง Bitcoin รวมกันมากกว่า 66% ของซัพพลายทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้พลังอำนาจในการขับเคลื่อนราคา จึงตกอยู่ในมือของเจ้ามือกลุ่มนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเจ้ามือกลุ่มนี้เริ่มกลับมาเก็บของเข้ากระเป๋า จึงกลายเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า แรงเทขายเริ่มแห้งเหือดลง และเจ้ามือรายใหญ่กำลังมองว่า ระดับราคาปัจจุบันมีความคุ้มค่าที่จะเข้าสะสมเพิ่ม
รายย่อยยังสู้ต่อ ท่ามกลางตลาด Futures ที่สวนทาง
ในขณะที่เจ้ามือเพิ่งจะเริ่มขยับตัว ฝั่งนักลงทุนรายย่อยกลับเป็นกลุ่มที่เดินหน้าซื้อ Bitcoin อย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด ซึ่งเป็นภาพที่สวนทางกับพฤติกรรมของเจ้ามือในช่วงก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลจาก Santiment ยังระบุอีกว่า ปัจจุบันมีกระเป๋าเงินที่มี Bitcoin ติดบัญชีพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 58.59 ล้านกระเป๋า
ยิ่งไปกว่านั้น หากดูในตลาด Futures จะพบว่า Funding Rate ยังคงติดลบ ซึ่งหมายความว่า คนส่วนใหญ่ยังคงเดินหน้าเปิด Position Short หรือเดิมพันว่าราคาจะลงอยู่
ดังนั้นสถานการณ์ Short Squeeze หรือการดีดตัวกลับอย่างรุนแรงจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากราคา Bitcoin พุ่งขึ้นจนทำให้ฝั่ง Short ต้องรีบปิด Position
Bitcoin แกร่งกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิม
ความน่าสนใจอีกจุดคือ ผลตอบแทนในรอบ 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin สามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าหุ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยราคา BTC ปรับตัวขึ้นประมาณ 2.4% ขณะที่ดัชนี S&P 500 กลับติดลบไปประมาณ 2.2% ส่วนทองคำยังคงทำผลงานได้ดีที่ 3.7% สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในภาวะที่ตลาดทุนดั้งเดิมเริ่มมีความผันผวน นักลงทุนเริ่มมองเห็น Bitcoin เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การกลับมาซื้อของเจ้ามือรอบนี้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ตลาดรอคอย เพราะที่ผ่านมา ตลาดพยุงตัวได้ด้วยแรงซื้อรายย่อย แต่เมื่อ เจ้ามือกลุ่ม 10,000 BTC เริ่มขยับเข้ามาแจมด้วย ยิ่งทำให้ฐานราคา Bitcoin แน่นขึ้นไปอีก
ส่วน Funding Rate ที่ติดลบถือเป็นข่าวดีในเชิงเทคนิค เพราะมันมักจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ช่วยลากราคา Bitcoin ให้พุ่งขึ้นแรง เวลาเกิดการล้างพอร์ตฝั่ง Short
