สรุปข่าว
- ทรัมป์เรียกร้องให้ NATO ส่งกำลังทหาร รวมถึงเรือกวาดทุ่นระเบิดและกำลังพล เพื่อช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านปิดกั้น
- ทรัมป์อ้างว่าสหรัฐฯ เคยช่วย NATO ในสงครามยูเครนมาแล้ว จึงถึงเวลาที่พันธมิตรต้องตอบแทน พร้อมเตือนว่า NATO มีอนาคต “แย่มาก” หากไม่ให้ความร่วมมือ
- ความตึงเครียดรอบนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. 2569 และอิหร่านตอบโต้กลับ ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ทรัมป์เปิดแนวรบทางการทูตกดดัน NATO ให้เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านโดยตรง ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและบานปลาย ซึ่งในระยะยาวจะกดดันให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า แม้ตลาดคริปโตจะรับข่าวเชิงบวกในระยะสั้นก็ตาม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือ NATO ในสงครามยูเครนมาแล้ว จึงถึงเวลาที่ชาติพันธมิตรต้องหันมาช่วยสหรัฐฯ จัดการกับอิหร่านในทางกลับกัน ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ทรัมป์ยังเรียกร้องอย่างเจาะจงให้พันธมิตรส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดและกำลังพล เพื่อ “กำจัดผู้ก่อเหตุฝ่ายอิหร่านตามแนวชายฝั่ง” โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านปิดกั้น ซึ่งทรัมป์อ้างว่าทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทรัมป์ยังเตือนด้วยว่า NATO จะมีอนาคต “แย่มาก” หากพันธมิตรยังคงขี่ฟรีบน “ความใจกว้างของสหรัฐฯ” ต่อไป
ฉากหลังสงคราม การปิดช่องแคบ และการกดดัน NATO
คำพูดของทรัมป์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญอื่น ๆ ของอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้กลับ ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดของโลกถูกปิดกั้นอย่างมีประสิทธิผล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก
ทรัมป์ยังโยงเรื่องนี้กับจีน โดยเตือนว่าการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงอาจถูกเลื่อนออกไป หากจีนไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดช่องแคบ เนื่องจากจีนพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเป็นจำนวนมาก ท่าทีดังกล่าวทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลายเป็นชนวนที่อาจลามไปถึงความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนได้อีกด้วย ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รอยร้าวทำเนียบขาว! ‘เดวิด แซคส์’ ที่ปรึกษาคริปโต โดดขวางทรัมป์ จี้สหรัฐฯ ยุติสงครามอิหร่าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ในทีมของทรัมป์เองก็ยังมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับทิศทางนี้
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต แม้ข่าวดูน่ากังวล แต่ตลาดยังปรับตัวขึ้น
ที่น่าสนใจคือแม้ท่าทีของทรัมป์จะส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มสูงขึ้น แต่ตลาดคริปโตกลับปรับตัวขึ้นในช่วงเดียวกัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $73,736 บวก 3.25% ใน 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum พุ่งขึ้น 7.69% มาอยู่ที่ $2,266 สถานการณ์นี้สะท้อนถึงภาวะที่ตลาดยังคงแยกตัวออกจากความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น โดย Siam Blockchain รายงานไว้ว่า ราคา Bitcoin พุ่งแตะ $73,000 ปิดแท่ง Week สวยสุดในรอบเดือน ดูดเงินหนีทองคำ
อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงยาว หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางบานปลายจนลามไปถึงการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างมหาอำนาจหลายฝ่าย ตลาดทุนและสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท รวมถึงคริปโต มักจะได้รับแรงขายออกมา เนื่องจากนักลงทุนสถาบันมักหันไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่ง ซึ่งกดดันเศรษฐกิจโลกและอาจลดกำลังซื้อของนักลงทุนรายย่อยในตลาดคริปโตได้เช่นกัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำพูดของทรัมป์ครั้งนี้น่ากังวลกว่าที่ดูในตอนแรก เพราะการนำ NATO เข้ามาเป็นตัวละครในสงครามอิหร่านโดยตรง ไม่ใช่แค่การขู่ทางการทูตอีกต่อไป แต่เป็นการเรียกร้องกำลังทหารจริง ๆ ซึ่งถ้าพันธมิตรยุโรปตอบรับ ความขัดแย้งก็จะยิ่งซับซ้อนและควบคุมได้ยากขึ้นมาก สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อจากนี้คือปฏิกิริยาของชาติ NATO โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส ว่าจะยืนหยัดปฏิเสธหรือเริ่มอ่อนข้อ รวมถึงท่าทีของจีนต่อข้อเรียกร้องให้ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดคริปโตอาจขึ้นต่อได้ในระยะสั้น แต่ถ้าสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ก็ต้องระวังแรงเทขายออกมาได้
เครดิตภาพจาก @TheGlobalLog
