bitkub-banner

อิหร่านประกาศแก้แค้น! น้ำมัน Brent พุ่งใกล้ $103 หวั่นสงครามพลังงานลุกลาม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อิหร่านให้คำมั่นตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยขู่จะเล็งเป้าบริษัทอเมริกันและผลประโยชน์ด้านน้ำมันที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ในภูมิภาค
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น 2.3% แตะใกล้ $103 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากระดับก่อนสงคราม โดย Goldman Sachs เตือนอาจสูงถึง $100 150 หากความขัดแย้งขยายวง
  • Bitcoin ร่วง 1.78% แตะ $72,402 และ Ethereum ดิ่ง 3.09% แตะ $2,242 สะท้อน sentiment หลบความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นกระตุ้นให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทำให้ราคาคริปโตร่วงลงตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ หากการโจมตีขยายตัวไปถึงช่องแคบฮอร์มุซและกระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก แรงขายในตลาดคริปโตอาจรุนแรงขึ้นอีก

อิหร่านประกาศจะตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตน ตามรายงานจาก Ash Crypto และ Crypto Rover อ้างอิงสำนักข่าว Fars News ของอิหร่าน เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางทหารที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์ระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล โดยอิหร่านระบุชัดเจนว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงและพลังงานของตน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้บริการพลเรือน สถานการณ์ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งนี้แล้วกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่ในอิหร่าน

ไทม์ไลน์ความขัดแย้งและการโจมตีที่ทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2026 กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศอย่างแม่นยำที่เกาะ Kharg ซึ่งเป็นสถานีส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน โดยศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่าเป้าหมายคือสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บทุ่นระเบิดทางทะเล บังเกอร์เก็บขีปนาวุธ และสถานที่ทางทหารอื่นๆ ต่อมาวันที่ 17 มีนาคม 2026 อิหร่านยกระดับการโจมตีด้วยโดรนในซาอุดีอาระเบีย โดยรายงานระบุว่ามีการยิงโดรนเกือบ 100 ลำในวันเดียว ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น นอกจากนี้ยังโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ Shah ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแหล่งน้ำมัน Majnoon ในอิรักด้วยโดรนและขีปนาวุธ

ล่าสุดวันที่ 18 มีนาคม 2026 อิหร่านอ้างว่าโครงสร้างพื้นฐานแหล่งก๊าซธรรมชาติ South Pars ที่สำคัญของตน ตั้งอยู่ที่เมือง Asaluyeh จังหวัด Bushehr ทางตอนใต้ของอิหร่าน ถูกโจมตี ขณะที่มีรายงานว่าขีปนาวุธของอิหร่านสังหารผู้คนสองคนในอิสราเอล ใกล้กับเทลอาวีฟ Mojtaba Khamenei ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ได้สาบานว่าจะแก้แค้นสหรัฐฯ และอิสราเอล และส่งสัญญาณว่าเตหะรานจะยังคงปิดเส้นทางน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกต่อไป ซึ่งนั่นหมายถึงช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางที่มีการขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันทั่วโลกผ่านทุกวัน

น้ำมันพุ่ง Brent ใกล้แตะ $103 ตลาดพลังงานโลกสั่นสะเทือน

ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานราคาน้ำมันระหว่างประเทศ ปรับตัวขึ้น 2.3% ไปแตะใกล้ $103 ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากระดับก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มขึ้น Goldman Sachs ออกคำเตือนว่าราคาน้ำมันอาจสูงเกิน $100 150 ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งในภูมิภาคขยายตัวออกไป ในขณะที่ Amnesty International ก็ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเตือนถึงความเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายต่อพลเรือนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ตลาดคริปโตตอบสนองต่อความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการร่วงลง Bitcoin ปรับตัวลง 1.78% มาอยู่ที่ $72,402 ขณะที่ Ethereum ดิ่งหนักกว่าที่ 3.09% มาอยู่ที่ $2,242.96 ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก ที่มักเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ความกังวลหลักของตลาดคือหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง จะกระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกอย่างรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องคงอัตราดอกเบี้ยสูงต่อไป ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ผอ.ปราบปรามการก่อการร้ายสหรัฐฯ ลาออกฟ้าผ่า ค้านรัฐบาลทำสงครามอิหร่าน สะเทือนถึงตลาดคริปโต และ PPI สหรัฐสูงกว่าคาด กดดัน BTC ร่วงต่อ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันเงินเฟ้อประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังซ้ำเติมตลาดคริปโตพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์ตอนนี้น่ากังวลมากกว่าที่ราคาคริปโตสะท้อนออกมาเสียอีก การที่อิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานในซาอุดีอาระเบีย UAE และอิรักพร้อมกันในวันเดียว บวกกับการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าเกิดขึ้นจริงมันคือวิกฤตพลังงานโลกระดับที่ไม่เคยเห็นมาหลายสิบปี สิ่งที่ต้องจับตาดูคือท่าทีของสหรัฐฯ ว่าจะตอบสนองอย่างไรต่อการตอบโต้ของอิหร่าน และช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดจริงหรือไม่ ถ้าปิดจริงให้เตรียมรับมือกับตลาดที่ปั่นป่วนหนักกว่านี้แน่นอน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะโลภมาก ความระมัดระวังคือสิ่งสำคัญที่สุด

เครดิตภาพจาก @AshCrypto