bitkub-banner

Elon Musk ทุ่ม 6 แสนล้านบาท ผุด TERAFAB โรงงานชิป AI ใหญ่สุดในโลก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Tesla, SpaceX และ xAI ของ Elon Musk เปิดตัวโครงการ TERAFAB โรงงานผลิตชิป AI ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569
  • TERAFAB ตั้งเป้ากำลังผลิตชิป AI สูงถึง 1 เทระวัตต์ต่อปี หรือราว 100-2 แสนล้านชิปต่อปี ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตขนาด 2 นาโนเมตร โดยใช้งบประมาณประมาณ 2-2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสนล้านบาท)
  • ชิปรุ่นแรกที่คาดว่าจะผลิตคือ Tesla AI5 ซึ่งมีพลังประมวลผลสูงกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 40-50 เท่า โดยมีกำหนดผลิตจำนวนมากในกลางปี 2570

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับตลาดคริปโต แต่แสดงให้เห็นถึงการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจกระตุ้นความสนใจในโทเคนด้าน AI ในระยะกลาง ขณะที่ภาพรวมตลาดคริปโตยังคงขับเคลื่อนด้วยปัจจัยอื่น

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569 Tesla, SpaceX และ xAI ของ Elon Musk ได้เปิดตัวโครงการ TERAFAB อย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นโรงงานผลิตชิป AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โครงการนี้ใช้งบประมาณระหว่าง 2-2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6-7.5 แสนล้านบาท) และมีเป้าหมายผลิตชิปสำหรับดาวเทียม AI ของ SpaceX และ xAI รวมถึงหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla ระบบขับขี่อัตโนมัติ Full Self-Driving และรถแท็กซี่ไร้คนขับ Cybercab

TERAFAB คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

TERAFAB ตั้งเป้ากำลังการผลิตสูงถึง 1 เทระวัตต์ของพลังประมวลผล AI ต่อปี ครอบคลุมทั้งชิปลอจิก โมดูลหน่วยความจำ และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง คิดเป็นราว 100-2 แสนล้านชิปต่อปี โดยใช้กระบวนการผลิตขนาด 2 นาโนเมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดในอุตสาหกรรม ณ ปัจจุบัน สถานที่ก่อสร้างที่คาดว่าจะเป็นไปได้คือพื้นที่ North Campus ของโรงงาน Giga Texas ในออสติน

ที่น่าสนใจคือการจัดสรรกำลังผลิต โดยประมาณ 80% ของพลังประมวลผลที่ได้จาก TERAFAB จะถูกใช้สำหรับงานในอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม AI หรือโครงสร้างพื้นฐานของ Starlink รุ่นถัดไป ส่วนที่เหลืออีก 20% จะถูกนำมาใช้งานบนพื้นดิน เช่น หุ่นยนต์ Optimus และระบบขับขี่อัตโนมัติ

ทำไม Elon Musk ถึงต้องสร้างโรงงานชิปเอง

แรงผลักดันหลักของโครงการนี้มาจากปัญหาการขาดแคลนชิปที่ Tesla และบริษัทในเครือประสบอยู่ ปัจจุบัน Tesla ยังคงพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกอย่าง Samsung และ TSMC สำหรับชิป AI4, AI5 และ AI6 ซึ่งมีรายงานว่าประสบกับปัญหาการผลิตล่าช้าและกำลังผลิตไม่เพียงพอ การมีโรงงานชิปเป็นของตัวเองจะช่วยให้ Elon Musk ควบคุมห่วงโซ่อุปทานได้อย่างสมบูรณ์ ลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอก และลดต้นทุนในระยะยาว

ชิปรุ่นแรกที่คาดว่าจะผลิตออกมาจาก TERAFAB คือ Tesla AI5 ซึ่งมีพลังประมวลผลสูงกว่าชิป AI4 รุ่นปัจจุบันถึง 40-50 เท่า และมีหน่วยความจำมากกว่าถึง 9 เท่า โดยมีกำหนดผลิตในเชิงพาณิชย์จำนวนมากในกลางปี 2570 อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมานี้เป็นเพียงการประกาศเริ่มโครงการ ซึ่งอาจรวมถึงพิธีเริ่มต้นก่อสร้างหรือการติดตั้งอุปกรณ์ขั้นต้น ไม่ใช่การเริ่มผลิตชิปทันที

ผลกระทบต่อโลก AI และเทคโนโลยี

TERAFAB ถือเป็นก้าวสำคัญในแผนการรวมกิจการและสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีแบบครบวงจรของ Elon Musk ที่ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยรายงานถึงแผน Elon Musk เล็งควบรวม Tesla-xAI-SpaceX ปั้น “ซูเปอร์คอมพานี” หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะทำให้กลุ่มบริษัทของ Musk มีความได้เปรียบอย่างมากในการแข่งขันด้าน AI ระดับโลก เนื่องจากไม่ต้องพึ่งพา NVIDIA หรือผู้ผลิตชิปรายอื่นอีกต่อไป นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้ราคาชิป AI ในตลาดโดยรวมปรับตัวลดลงในระยะยาวหากกำลังผลิตของ TERAFAB เข้าสู่ตลาดได้จริง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า TERAFAB เป็นโครงการที่ทะเยอทะยานมากในแบบฉบับของ Elon Musk แต่ก็มีเหตุผลที่ชัดเจนรองรับ เพราะการต้องรอชิปจาก TSMC หรือ Samsung พร้อมกับคู่แข่งอย่าง Google, Microsoft, Meta และ Amazon นั้นไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีนักสำหรับบริษัทที่แข่งด้าน AI อย่างเต็มตัว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือว่าโครงการนี้จะเดินหน้าตามแผนหรือไม่ เพราะการสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 2 นาโนเมตรนั้นซับซ้อนกว่าการสร้าง Gigafactory มาก ต้องใช้ทั้ง know-how ด้านวิศวกรรมชั้นสูงและทีมงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สำหรับคนที่ถือหุ้น Tesla หรือสนใจหุ้น AI ให้จับตาดูว่าโครงการนี้จะคืบหน้าอย่างไรในช่วงปลายปี 2569 นี้

เครดิตภาพจาก @Cointelegraph