bitkub-banner

Machi Big Brother โดนล้างพอร์ตครั้งที่ 335! จากกำไร $44 ล้านเหลือแค่ $30,000

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Machi Big Brother (Jeffrey Huang) ถูกล้างพอร์ตครั้งที่ 335 บนแพลตฟอร์ม Hyperliquid เหลือเงินในบัญชีเพียงราว $30,268
  • จากที่เคยทำกำไรสูงสุดถึง $44.84 ล้าน กลับกลายเป็นขาดทุนสะสมกว่า $33.35 ล้าน ด้วยกลยุทธ์เปิด Long Ethereum แบบ Leverage สูงถึง 25 เท่า
  • เรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสุดสยองของวงการคริปโต และยังคงมีการติดตามผ่านความโปร่งใสบนบล็อกเชนแบบ Real-time

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาตลาดคริปโตในวงกว้าง แต่สะท้อนถึงความเสี่ยงสูงของการเทรดแบบ Leverage หนักในตลาดที่ผันผวน และเป็นสัญญาณเตือนนักเทรดรายย่อยไม่ให้เลียนแบบกลยุทธ์ที่เสี่ยงเกินไป

ตามรายงานจาก Lookonchain นักเทรดเจ้ามือฉาวโฉ่ในวงการคริปโตที่รู้จักกันในชื่อ Machi Big Brother หรือ Jeffrey Huang ผู้ประกอบการชาวไต้หวัน-อเมริกัน ถูกล้างพอร์ตเป็นครั้งที่ 335 โดยบัญชีของเขาเหลือเงินเพียงราว $30,268 เท่านั้น เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทสรุปอันน่าเจ็บปวดของการเดินทางที่เริ่มต้นด้วยกำไรสูงสุดถึง $44.84 ล้าน แต่ปัจจุบันกลับติดลบสะสมกว่า $33.35 ล้าน ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งการล้างพอร์ต” (King of Liquidations) ในชุมชนคริปโต

จากกำไร $44 ล้าน สู่หายนะที่ไม่มีใครอยากเจอ

Machi Big Brother เริ่มต้นกลยุทธ์เปิด Long ในเหรียญ Ethereum ด้วย Leverage สูงถึง 25 เท่าบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2568 ในช่วงแรก กลยุทธ์นี้ให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง โดยเขาสามารถทำกำไรสะสมได้ถึงราว $44.84 ล้าน ในช่วงที่ราคา Ethereum พุ่งขึ้นไปใกล้ $4,700

อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดพลิกทิศทาง แทนที่จะตัดขาดทุน เขากลับเลือกใช้กลยุทธ์ที่นักวิเคราะห์บนบล็อกเชนเปรียบว่าเป็น “การเฉลี่ยต้นทุนแบบเสี่ยงสูงด้วย Leverage” หรือที่รู้จักกันในชื่อ Martingale Strategy นั่นคือการเติมเงินเพิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อรักษาสถานะ แทนที่จะยอมรับความสูญเสีย ผลที่ตามมาคือถูกล้างพอร์ตซ้ำเป็นร้อยครั้ง ข้อมูลจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่าเขาถูกล้างพอร์ตถึง 262 ครั้งในเดือนมกราคมเดือนเดียว และในช่วงมีนาคม 2569 ยอดขาดทุนสะสมได้เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

บล็อกเชนโปร่งใส ทำให้ทุกอย่างถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างจากกรณีนักเทรดขาดทุนทั่วไป คือความโปร่งใสของบล็อกเชน แพลตฟอร์ม Hyperliquid บันทึกธุรกรรมทุกรายการไว้บนบล็อกเชนแบบ Real-time ทำให้เครื่องมือติดตามอย่าง Lookonchain และ Arkham สามารถแสดงให้เห็นการฝากเงิน การล้างพอร์ต และการกลับเข้ามาเปิดสถานะใหม่ของ Machi ได้อย่างละเอียด ทุกครั้งที่เขาถูกล้างพอร์ต ทุกครั้งที่เขาเติมเงินเข้ามาสู้ต่อ ล้วนถูกบันทึกและแชร์กันในชุมชนคริปโตทั่วโลก

Jeffrey Huang ไม่ได้เป็นแค่เจ้ามือในวงการคริปโตเท่านั้น เขายังเป็นอดีตสมาชิกวงฮิปฮอปชื่อดัง L.A. Boyz และต่อมาวง Machi รวมถึงเคยเป็นผู้ก่อตั้ง Cream Finance และมีส่วนเกี่ยวข้องกับ 17Media (M17 Entertainment) และ Mithril อีกด้วย เรื่องราวของเขาจึงดึงดูดความสนใจทั้งในแวดวงคริปโตและสื่อกระแสหลัก

บทเรียนสำคัญจาก “ราชาแห่งการล้างพอร์ต”

กรณีของ Machi Big Brother กลายเป็นกรณีศึกษาอันโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์การเทรดคริปโตบนบล็อกเชน การใช้ Leverage สูงถึง 25 เท่า ประกอบกับการฝืนตลาดและเติมเงินซ้ำซาก แม้จะมีเงินทุนมหาศาลก็ไม่อาจต้านทานแรงล้างพอร์ตที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ บัญชีที่เคยทำกำไรได้เกือบ 1,500 ล้านบาท บัดนี้เหลือเงินเพียงราว 1 ล้านบาทเท่านั้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสะเทือนใจมากจริงๆ ลองนึกภาพดู ทำกำไรไปได้เกือบ $45 ล้าน แต่ไม่ยอมเอาออก แล้วกลับมาขาดทุนกว่า $33 ล้าน ส่วนใหญ่คนที่เทรดแบบนี้มักคิดว่า “ครั้งนี้จะต่างออกไป” หรือ “ตลาดต้องกลับมา” แต่ตลาดไม่เคยสนว่าเราคิดอะไร สิ่งที่น่าจับตาคือ Machi จะยังคืนสู่สนามอีกครั้งหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาเขาเติมเงินเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่บทเรียนนี้สอนเราคือ Leverage สูงๆ อาจทำให้รวยได้เร็ว แต่ก็ทำให้หมดตัวได้เร็วพอกัน และไม่มีการ “เฉลี่ยต้นทุน” ใดๆ ที่จะช่วยได้ ถ้าตลาดไม่เดินตามที่เราคาด

เครดิตภาพจาก @devhashem