สรุปข่าว
- ข้อมูลบนบล็อกเชน เผยพฤติกรรม “เจ้ามือ” และสถาบันการเงินสวนทางรายย่อย โดยฉวยจังหวะตลาดปรับฐาน ซุ่มเก็บเหรียญกลุ่ม Real-World Assets (RWA) จนมูลค่าตลาดกลุ่มนี้ พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.71 หมื่นล้านดอลลาร์
- ยักษ์ใหญ่โลกการเงินอย่าง BlackRock และ JPMorgan เริ่มขยับ นำกองทุนบนบล็อกเชนมาใช้เป็นหลักประกันใน DeFi สะท้อนการย้ายเงินทุนสู่สินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสม่ำเสมอ และมีความเสี่ยงต่ำ
- ตรวจพบการสะสมเหรียญ RWA ตัวท็อปอย่าง Maple Finance (SYRUP) ที่เจ้ามือเพิ่มการถือครองถึง 767% รวมถึง Chainlink (LINK) ที่มีแรงซื้อจากกลุ่ม Smart Money อย่างต่อเนื่อง แม้ราคาจะย่อตัว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
พฤติกรรมการเก็บสะสมสินทรัพย์อย่างหนักหน่วงของนักลงทุนรายใหญ่ในช่วงที่ตลาดซบเซาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึง “การเตรียมความพร้อม” ก่อนเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่
ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยทั่วโลกกำลังขวัญเสียกับสภาวะตลาดคริปโตที่ซบเซาจนมูลค่าตลาดรวมหดหายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ข้อมูลเชิงลึกบนบล็อกเชนกลับเปิดเผยภาพที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงว่า กลุ่มเจ้ามือ และสถาบันการเงินระดับโลกกลับไม่ได้ตื่นตระหนกไปกับความผันผวนแต่อย่างใด อีกทั้งยังมองว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสทองในการซุ่มเก็บสะสมสินทรัพย์กลุ่ม Real-World Assets (RWA) เพิ่มอย่างเงียบๆ
RWA โตสวนกระแส เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าทะลัก
แม้เหรียญสายเก็งกำไรจะเผชิญแรงกดดันหนัก แต่มูลค่าตลาดของกลุ่ม RWA บนเชนกลับทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.71 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเติบโตขึ้นเฉลี่ย 8.83% ถึง 13.5% ภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน
กลุ่มที่นำโด่งคือ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเคนที่มูลค่าทะลุ 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์ไปเรียบร้อยแล้ว ยักษ์ใหญ่ทางการเงินอย่าง BlackRock ผ่านกองทุน BUIDL และ JPMorgan ได้ขยับตัวนำกองทุนบนบล็อกเชนไปใช้เป็นหลักประกันในแพลตฟอร์ม DeFi ต่างๆ สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่า สถาบันไม่ได้นำเงินหนีออกจากตลาดคริปโต แต่กำลังย้ายทุนไปสู่สินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสม่ำเสมอ และมีความเสี่ยงต่ำกว่า
เปิดโผ 4 เหรียญ RWA ที่ ‘Smart Money’ และเจ้ามือกำลังไล่เก็บ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ล่าสุด พบโทเคน RWA 4 ตัว ที่ถูกกลุ่มกระเป๋าเงินขนาดใหญ่ และกองทุนเข้าสะสมอย่างต่อเนื่อง
1. Maple Finance (SYRUP)
แพลตฟอร์มสินเชื่อสถาบันที่กำลังมาแรง โดยกลุ่มเจ้ามือเพิ่มการถือครอง SYRUP มากถึง 767% โดยกวาดซื้อเพิ่มไปราว 5.6 ล้านโทเคนในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แม้ราคาจะย่อตัวลงสั้นๆ แต่ยอดถือครองรวมของเจ้ามือ แตะ 461.13 ล้านโทเคนไปแล้ว

2. Chainlink (LINK)
ตัวกลางสำคัญที่เชื่อมข้อมูลโลกจริงสู่บล็อกเชน ข้อมูลระบุว่ากลุ่ม Smart Money เพิ่มการถือครองขึ้น 3.82% ในช่วงที่ตลาดอ่อนแอ โดยเจ้ามือรายใหญ่ช้อนซื้อไปกว่า 370,000 LINK ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งไปกว่านั้นกองทุน Spot ETF ของ LINK ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิทุกสัปดาห์ทะลุ 73 ล้านดอลลาร์

3. Keeta (KTA)
โทเคนที่ราคาพุ่งขึ้น 55% ในเดือนเดียว แม้เจ้ามือทั่วไปจะขายทำกำไร แต่กลุ่ม “เมกะวาฬ” กลับเพิ่มการถือครองขึ้นอีก 1.96% แสดงให้เห็นว่า ผู้เล่นระดับท็อปยังมองเห็นโอกาสไปต่อ

4. Zebec Network (ZBCN)
โปรเจกต์ด้านการจ่ายเงินเดือนแบบเรียลไทม์ที่ราคาปรับฐานหนัก แต่เจ้ามือกลับใช้จุดแนวรับสำคัญ เข้าสะสมเพิ่ม 4.79% หรือราว 13.8 ล้านโทเคนภายในเวลาเพียง 7 วัน

เจ้ามือ Bitcoin ขยับ สัญญาณกระทิงกำลังก่อตัว ?
พฤติกรรมการสะสมพลังไม่ได้เกิดแค่ในกลุ่ม RWA เท่านั้น สำหรับราชาคริปโตอย่าง Bitcoin แม้ราคาจะร่วงลงราว 20% ในรอบ 3 เดือน แต่ข้อมูลจาก Santiment ชี้ว่ากระเป๋าที่ถือครองตั้งแต่ 100 BTC ขึ้นไป เติบโตขึ้น 3.9% โดยมีที่อยู่ของเจ้ามือหน้าใหม่เกิดขึ้นกว่า 750 กระเป๋า การสะสมอย่างหนักหน่วงในช่วงที่ราคาดิ่งลงมักถูกตีความว่า เป็นสัญญาณกระทิงที่ชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่กำลังเข้าซื้อเพื่อรอการฟื้นตัวครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของระบบนิเวศ RWA ท่ามกลางตลาดหมีระยะสั้น พิสูจน์ให้เห็นว่า บล็อกเชนได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่เรียบร้อยแล้ว สินทรัพย์กลุ่มนี้กำลังจะกลายเป็นเชื้อไฟสำคัญในการวางเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มพลังซื้อเข้าสู่ตลาด การที่ Smart Money เร่งช้อนซื้อเหรียญเก็บเข้ากระเป๋าในตอนนี้จึงเป็นการเตรียมเสบียงครั้งใหญ่ เพื่อรอรับแรงระเบิดของตลาดกระทิงในไตรมาสที่ 2
ที่มา : mexc, mexc, binance, kucoin
มุมมองผู้เขียน : ในขณะที่รายย่อยกลัวจนไม่กล้าขยับ รายใหญ่กลับมองเห็นมูลค่าที่แท้จริงในกลุ่ม RWA ซึ่งเป็นเทรนด์ที่สถาบันการเงินระดับโลกการันตีแล้ว การที่ BlackRock ลงมาเล่นในสนามนี้ด้วยตัวเองคือคำยืนยันว่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่อิงกับโลกจริงคืออนาคต
