สรุปข่าว
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศแผนการปรับเปลี่ยนธนบัตรครั้งประวัติศาสตร์ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงลายเซ็นของตัวเองบนแบงก์ $100 เป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งถือเป็นประธานาธิบดีขณะดำรงตำแหน่งคนแรกที่ทำเช่นนี้
- การลงลายเซ็นครั้งนี้เป็นการทำลายธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือมานานกว่า 160 ปี โดยปกติจะมีเพียงลายเซ็นของผู้อำนวยการกองคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้นที่ปรากฏบนธนบัตรดอลลาร์
- นอกเหนือจากธนบัตรกระดาษแล้ว ชื่อและภาพลักษณ์ของ Trump ยังคงขยายอิทธิพลไปทั่วระบบการเงิน ทั้งในรูปแบบเหรียญกษาปณ์ $1 รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์คริปโตเคอร์เรนซี และ NFT ที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ในเชิงเศรษฐศาสตร์มหภาค การเพิ่มลายเซ็นของประธานาธิบดีลงบนธนบัตรไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์ในแง่ของปัจจัยพื้นฐานหรืออัตราเงินเฟ้อโดยตรง
แต่ข่าวนี้อาจกระตุ้นแรงเก็งกำไรในเหรียญสาย Trump หรือ PolitiFi ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากเป็นการตอกย้ำว่า “แบรนด์ Trump” กำลังแทรกซึมเข้าสู่ระบบการเงินดั้งเดิมอย่างเป็นทางการ
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมจารึกลายเซ็นของตัวเองลงบนธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฯ รุ่นใหม่ โดยจะเริ่มนำร่องที่ธนบัตรใบละ $100 ในเดือนมิถุนายนที่จะมาถึง
หากแผนการนี้ดำเนินไปตามกำหนดการ ทรัมป์จะกลายเป็นประธานาธิบดีที่ยังอยู่ในตำแหน่งคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่มีลายเซ็นปรากฏอยู่บนธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนจริง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา โดยธนบัตรรุ่นพิเศษนี้จะมีทั้งลายเซ็นของตัวประธานาธิบดีเอง และ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน
ทำลายธรรมเนียม 160 ปี เมื่อประธานาธิบดีมีชื่อบนเงินกระดาษ
ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่าศตวรรษครึ่ง ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฯ จะได้รับอนุญาตให้มีเพียงลายเซ็นของผู้อำนวยการกองคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้น
ซึ่ง Scott Bessent ได้ออกมาสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างเต็มตัวโดยระบุว่า ไม่มีวิธีใดที่จะเฉลิมฉลองความสำเร็จของประเทศ และตัวประธานาธิบดีได้ดีไปกว่าการใส่ชื่อของเขาลงบนธนบัตรดอลลาร์ที่เป็นสัญญลักษณ์ของอำนาจทางการเงินโลก
รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า หลังจากเริ่มพิมพ์แบงก์ $100 ในเดือนมิถุนายนแล้ว ธนบัตรมูลค่าอื่นๆ จะทยอยปรับเปลี่ยนตามมาในภายหลัง
การสร้างแบรนด์ทางการเงินแบบไร้ขีดจำกัด
ไม่ใช่แค่เงินสดในกระเป๋าเท่านั้นที่ชื่อของ Trump กำลังจะเข้าไปครอบครอง เพราะในช่วงที่ผ่านมาเขาได้สร้าง “อาณาจักรแบรนด์” ของตัวเองในโลกการเงินอย่างกว้างขวาง ทั้งในฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทั้ง เหรียญมีม Trump และ NFT ชุด Trump Digital Trading Cards ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง
นอกจากนี้ ยังมีแผนการออกเหรียญกษาปณ์ $1 รุ่นใหม่ที่มีรูปใบหน้าของเขา พร้อมคำขวัญ “In God We Trust” ซึ่งทางโรงกษาปณ์สหรัฐฯ ได้เปิดเผยดีไซน์ออกมาให้ชมกันตั้งแต่ปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

แบบร่างการออกแบบเหรียญ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มา: โรงกษาปณ์สหรัฐฯ
แรงต้านและข้อพิพาททางกฎหมาย
การขยับตัวครั้งนี้ย่อมมาพร้อมเสียงคัดค้าน โดยนักการเมืองบางกลุ่มได้ออกมาวิจารณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงที่ทำลายธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนี้ อาจขัดต่อข้อกฎหมายหากไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสภาคองเกรส รวมถึงมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการเปลี่ยนชื่อสถานที่สำคัญอย่าง John F. Kennedy Center ที่ถูกเพิ่มชื่อของ Trump เข้าไปนำหน้าหลังจากการลงมติของบอร์ดบริหารเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยมองว่า เป็นการพยายามสร้างภาพจำส่วนบุคคลลงบนสมบัติของชาติ
การที่ชื่อของ Trump ปรากฏอยู่ทั้งบนธนบัตรดอลลาร์ เหรียญกษาปณ์ สินค้าที่ระลึก ไปจนถึงโลกของคริปโตเคอร์เรนซีและ NFT สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่หลอมรวมระบบการเงินแบบเก่า และแบบใหม่เข้าด้วยกันอย่างที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนทำมาก่อน
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : เรื่องนี้เป็นมากกว่าแค่การเปลี่ยนดีไซน์ธนบัตร แต่มันคือการประกาศชัยชนะในเชิงสัญลักษณ์ทางการเงินของทรัมป์อย่างชัดเจน
การที่มีลายเซ็นบนแบงก์ $100 คือ การประทับตราความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้สนับสนุน และในฐานะคนที่ติดตามคริปโต สิ่งนี้อาจกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เหรียญสาย PolitiFi พุ่งทะยานได้ง่ายขึ้น เพราะเส้นแบ่งระหว่างเงินกระดาษ กับ แบรนด์บุคคล มันเริ่มจางลงไปทุกที
