bitkub-banner

Bitcoin พุ่งทะลุ $72,500 บวกกว่า 6% ดีดตัวจากกรอบสะสม 8 สัปดาห์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin พุ่งแตะ $72,507 บวก 6.30% ในช่วง 24 ชั่วโมง โดยราคาสูงสุดของวันแตะ $72,379 จากจุดต่ำสุดที่ $67,805
  • แรงดีดเกิดขึ้นหลัง Bitcoin ทดสอบโซนฐานที่สะสมมากว่า 8 สัปดาห์ในกรอบ $62,800-$75,000 ท่ามกลางสัญญาณผ่อนคลายของตลาดการเงินโลก
  • แนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ที่บริเวณ $75,000 ซึ่งเป็นขอบบนของกรอบการสะสมนี้ และจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าแรงซื้อรอบนี้จะยืนได้หรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การดีดตัวขึ้น 6.30% พร้อมวอลุ่มการซื้อขายหนาแน่นถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น ราคาที่ยืนเหนือ $70,000 ได้อีกครั้งช่วยสร้างแรงหนุนทางจิตวิทยา อย่างไรก็ตามการยืนยันการทะลุกรอบ $75,000 ยังเป็นสิ่งที่ตลาดรอติดตามอยู่

วันที่ 8 เม.ย. 2569 ตลาดคริปโตตื่นตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อ Bitcoin พุ่งแตะระดับ $72,507 บวกขึ้นกว่า 6.30% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นแรงดีดที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ โดยราคาพุ่งจากจุดต่ำสุดของวันที่ $67,805 ขึ้นมาแตะ $72,379 ก่อนจะยืนได้เหนือแนวต้านสำคัญที่ $72,000

BTC 4H price chart

ปริมาณการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงพุ่งสูงถึง 5.15 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่ามีแรงเงินไหลเข้าในปริมาณมาก มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ยืนอยู่ที่ 1.44 ล้านล้านดอลลาร์ ณ ขณะที่รายงาน

การสะสมที่เงียบงันมาตลอด 8 สัปดาห์

เพื่อเข้าใจการพุ่งขึ้นครั้งนี้ ต้องย้อนกลับไปดูภาพรวมของตลาดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หลังจาก Bitcoin ร่วงลงอย่างหนักจากระดับ $89,000 มาแตะ $62,800 ในช่วงปลายมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ ราคาได้เข้าสู่โหมดสะสมที่นิ่งสงบและแทบไม่มีทิศทางชัดเจน กรอบ $62,800 ถึง $75,000 กลายเป็นสนามรบที่ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายต่อสู้กันมาอย่างยาวนานราว 8 สัปดาห์

แม้ในระยะยาว Bitcoin ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงนับตั้งแต่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ $123,561 ในต้นเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าจุดนั้นกว่า 40% แต่ในระยะสั้น ตลาดเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดขึ้นหลังจาก Bitcoin ทดสอบโซนต่ำสุดรอบล่าสุดที่ $65,970 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม และดีดกลับขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง

แรงกระตุ้นที่จุดชนวนการพุ่งขึ้น

นักวิเคราะห์ตลาดหลายรายชี้ว่าการพุ่งขึ้นในรอบนี้มีปัจจัยหลายอย่างมาบรรจบกันพอดี หนึ่งในนั้นคือสภาพแวดล้อมของตลาดการเงินโลกที่เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลง หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกต้องเผชิญกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มาอย่างต่อเนื่อง

กระแสเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน Bitcoin แบบ ETF ในสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อราคาในระยะกลาง นักลงทุนสถาบันจำนวนหนึ่งมองว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นแกว่งตัวผันผวน Bitcoin เริ่มถูกมองในฐานะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวชนิดหนึ่ง คล้ายกับทองคำ ซึ่งทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในจังหวะที่ราคาอยู่ในโซนฐาน

ในเชิงเทคนิค การที่ราคาสามารถทะลุผ่านโซนต้านที่ $68,000-$69,000 และพุ่งไปแตะ $71,976 เมื่อวันที่ 8 เมษายนก่อนหน้า ถือเป็นการพิมพ์จุดสูงสุดใหม่ในกรอบระยะสั้น ซึ่งดึงดูดแรงซื้อตามมาในเวลาต่อมา วอลุ่มที่พุ่งสูงขึ้นพร้อมกับการขยับราคายิ่งยืนยันว่าแรงซื้อรอบนี้มีน้ำหนักมากกว่าการดีดตัวทั่วไปในกรอบการสะสม

เรื่องราวข้างหน้าที่ต้องจับตา

คำถามที่นักลงทุนทุกคนถามตัวเองอยู่ตอนนี้คือ การพุ่งขึ้นครั้งนี้จะเป็นแค่การกระเด้งในกรอบการสะสม หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทะลุกรอบด้านบนที่รอคอยมานาน ระดับ $75,000 ถือเป็นขอบบนของกรอบ 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา การที่ราคาจะผ่านหรือไม่ผ่านแนวนี้จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงทิศทางถัดไปของตลาด

ในทางกลับกัน หากแรงซื้อเริ่มอ่อนแรงลงและราคาไม่สามารถยืนเหนือ $72,000 ได้ ก็อาจเห็นการปรับฐานกลับลงมาทดสอบโซนรองรับแถว $66,200 อีกครั้ง ซึ่งนักลงทุนระยะสั้นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนปัจจัยภายนอกที่ยังมีผลต่อตลาด ได้แก่ ทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมรอบถัดไป และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะออกมาในช่วงนี้


ความเห็นผู้เขียน

ผมมองว่าการขึ้นของ Bitcoin รอบนี้น่าสนใจตรงที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจากข่าวใหญ่ชิ้นเดียว แต่เป็นการสะสมแรงมาอย่างเงียบๆ แล้วระเบิดออกมาพร้อมกัน เหมือนหม้อน้ำที่ถูกต้มจนเดือดนานพอ มันก็ต้องพ่นไอออกมาในที่สุด

สิ่งที่ผมจะจับตามองต่อจากนี้คือพฤติกรรมของราคาในบริเวณ $75,000 ว่าจะมีแรงขายออกมามากแค่ไหน เพราะระดับนั้นเป็นทั้งขอบบนของกรอบ 8 สัปดาห์และแนวต้านที่หนักพอสมควร ถ้า Bitcoin ผ่านไปได้พร้อมวอลุ่มที่สนับสนุน นั่นจะเป็นสัญญาณที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น แต่ถ้าราคาชนแล้วกระเด้งกลับ ก็อาจต้องใช้เวลาสะสมต่ออีกระยะหนึ่ง

ในภาพใหญ่ ตลาดยังอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวนับตั้งแต่จุดสูงสุดที่ $123,000 กว่าๆ การดีดตัวครั้งเดียวยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนโครงสร้างตลาดระยะยาว สิ่งที่จะยืนยันการกลับตัวที่แท้จริงต้องการหลักฐานมากกว่านี้ ทั้งในแง่เวลาและการทำ higher high ที่ต่อเนื่อง ผมจะไม่รีบตัดสินใจอะไรจากการขึ้นครั้งเดียว แต่ก็ยอมรับว่าสัญญาณที่เห็นในระยะสั้นเริ่มน่าสนใจขึ้นมากทีเดียว

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI