สรุปข่าว
- รัฐบาลรัสเซียยื่นร่างกฎหมายใหม่ต่อสภา กำหนดให้ การให้บริการซื้อขายคริปโทฯ ที่ไม่มีใบอนุญาต มีความผิดทางอาญา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2027 เป็นต้นไป
- บทลงโทษรุนแรงครอบคลุมทั้งการปรับเงินหลักล้านรูเบิล บังคับใช้แรงงาน ไปจนถึงโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี โดยเฉพาะกรณีที่สร้างความเสียหายเกิน 3.5 ล้านรูเบิล
- นอกจาก การคุมเข้มเว็บเทรดแล้ว รัสเซียยังบังคับให้พลเมืองต้องรายงานการถือครองกระเป๋าเงินดิจิทัลในต่างประเทศ ภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่เปิดใช้งาน เพื่อควบคุมการไหลออกของเงินทุน และเพิ่มความโปร่งใส
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวการคุมเข้มจากรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อราคาตลาดโลกเพียงในวงจำกัด เนื่องจากเป้าหมายหลักของรัสเซียคือ การจัดระเบียบเพื่อใช้คริปโทฯ ในการค้าระหว่างประเทศและหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร
แม้การจัดระเบียบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงด้านอาชญากรรมทางการเงินได้ในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนรายย่อยรู้สึกกังวล เพราะมาตรการใหม่เน้นการระบุตัวตน (KYC) อย่างเข้มงวด และการบล็อกกระดานเทรดต่างประเทศ ซึ่งสวนทางกับความเป็นส่วนตัวที่ชาวคริปโทฯ ให้ความสำคัญ
รัฐบาลรัสเซียยกระดับการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลสู่มาตรการขั้นเด็ดขาด หลังยื่นร่างกฎหมายใหม่ต่อ State Duma เพื่อพิจารณาลงโทษทางอาญาแก่ผู้ประกอบธุรกิจเว็บเทรดคริปโทฯ ที่ไร้ใบอนุญาต
สื่อท้องถิ่นระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อกวาดล้างแพลตฟอร์มในพื้นที่สีเทาที่เปิดให้บริการโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากรัฐ หากร่างกฎหมายนี้ได้รับความเห็นชอบจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2027 ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการคริปโทฯ ในรัสเซียให้เข้าสู่ระบบการกำกับดูแลอย่างเต็มรูปแบบ
เปิดบทลงโทษมาตรา 171-7: คุก 7 ปี ปรับเป็นล้าน
ร่างกฎหมายใหม่มีการเพิ่มมาตราเฉพาะสำหรับการซื้อขายคริปโทฯ ที่ผิดกฎหมาย โดยแบ่งระดับความผิดตามความรุนแรงของความเสียหาย กรณีความผิดทั่วไปจะมีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 300,000 รูเบิล หรือถูกบังคับใช้แรงงานสูงสุด 4 ปี
แต่ถ้าหากเป็นการกระทำผิดที่สร้างความเสียหายเกิน 3.5 ล้านรูเบิล หรือทำเป็นขบวนการ จะถูกจัดเป็นความผิดร้ายแรงที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี และปรับเงินอีก 1 ล้านรูเบิล มาตรการนี้แสดงให้เห็นว่า รัสเซียต้องการบล็อก เว็บเทรดคริปโทฯ เถื่อนทุกแห่ง และบังคับให้พลเมืองหันมาใช้แอปพลิเคชันที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น
บังคับรายงาน Wallet ต่างประเทศ คุมเข้มเหมือนบัญชีธนาคาร
นอกจากการไล่บี้เว็บเทรดคริปโทฯ เถื่อน รัฐบาลรัสเซียยังเล็งคุมเข้มไปที่ตัวบุคคลด้วยการเสนอให้พลเมืองรัสเซียต้องรายงานการถือครองกระเป๋าเงินดิจิทัลในต่างประเทศ ซึ่งเงื่อนไขใหม่กำหนดให้ต้องแจ้งหน่วยงานรัฐภายใน 1 เดือนหลังจากเปิดกระเป๋า
รวมถึงต้องรายงานการปิดกระเป๋าและการทำธุรกรรมทุกครั้ง เพื่อการจัดเก็บภาษี ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับการรายงานบัญชีธนาคารในต่างประเทศ เพื่อป้องกันการฟอกเงิน และควบคุมเงินทุนไม่ให้ไหลออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตลาดโตสวนกระแส รัสเซียขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในยุโรป
แม้รัฐบาลจะพยายามคุมเข้ม แต่ข้อมูลจาก Chainalysis พบว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2024 ถึงมิถุนายน 2025 รัสเซียมีเงินคริปโทฯ ไหลเข้าสูงถึง 3.76 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้รัสเซียแซงหน้าสหราชอาณาจักร กลายเป็นตลาดคริปโทฯ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการเติบโตของ Stablecoin สกุล A7A5 ที่ถูกนำมาใช้ในการค้าระหว่างประเทศกับเอเชียและตะวันออกกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : รัสเซียกำลังออกกฎหมายมาบีบให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้สายตาของรัฐบาลเพื่อความมั่นคง ถือเป็นการดึงเม็ดเงินมหาศาลจากใต้ดินขึ้นมาบนดินเพื่อให้รัฐบาลคุมได้เบ็ดเสร็จ
