สรุปข่าว
- โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเรียกร้องให้วุฒิสภาของสหรัฐอเมริกาเร่งผ่านร่างกฎหมายกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีที่รู้จักกันในชื่อ Clarity Act เพื่อเป็นการไว้อาลัยและให้เกียรติแก่ Lindsey Graham วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันที่เสียชีวิตลงในวัย 71 ปีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งทำเนียบขาวและธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อปกป้องความสามารถในการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีการเงินและ AI ไม่ให้ประเทศคู่แข่งอย่างจีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ
- แม้ว่าคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาจะลงมติผ่านร่างกฎหมายนี้ไปแล้วแต่การผลักดันในสภาใหญ่ยังคงเผชิญกับแรงต้านจากกลุ่มธนาคารดั้งเดิมที่กังวลเรื่องการสูญเสียสภาพคล่องของเงินฝาก รวมถึงสมาชิกพรรคเดโมแครตที่ต้องการเพิ่มข้อกำหนดด้านจริยธรรมให้เข้มงวดมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ในระยะกลาง เนื่องจากความพยายามผลักดันร่างกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นว่านักการเมืองระดับสูงและภาครัฐกำลังให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับการวางรากฐานและสร้างมาตรฐานทางกฎหมายให้แก่อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีของประเทศ
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย Truth Social ออกมาเรียกร้องให้วุฒิสภาของสหรัฐอเมริกาเร่งพิจารณาและผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายสำคัญในการสร้างกรอบควบคุมดูแลตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเขาระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวควรทำเพื่อเป็นเกียรติแก่ Lindsey Graham วุฒิสมาชิกคนสำคัญจากพรรครีพับลิกันรัฐเซาท์แคโรไลนาที่เพิ่งจากไปอย่างกะทันหันในวัย 71 ปี
ทรัมป์ยังได้เน้นย้ำถึงมิติการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับชาติ โดยเตือนว่าประเทศจีนและอีกหลายชาติกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่และเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นตลาดที่สหรัฐอเมริกากำลังครองความได้เปรียบอยู่ การผ่านกฎหมายให้มีระเบียบรองรับอย่างชัดเจนจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสกัดกั้นไม่ให้คู่แข่งสามารถแซงหน้าขึ้นมาได้
ร่างกฎหมาย Clarity Act ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการจัดระเบียบตลาดดิจิทัลให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากบริษัทชั้นนำในวงการอย่าง Coinbase และ Ripple ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ด้วยคะแนนเสียง 15 ต่อ 9 แต่กระบวนการหลังจากนี้ยังคงมีความซับซ้อน โดยเฉพาะการถูกคัดค้านจากฝั่งพรรคเดโมแครตที่ต้องการให้มีมาตรการตรวจสอบจริยธรรมที่รัดกุมขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากปัญหาทางการเมืองแล้ว ร่างกฎหมายนี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม พวกเขากังวลว่าการอนุญาตให้กลุ่มธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีสามารถจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือครอง Stablecoin ได้อย่างถูกกฎหมายจะทำให้ประชาชนแห่ถอนเงินฝากออกจากระบบธนาคารจนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเงินทุนสำหรับปล่อยสินเชื่อ ในขณะเดียวกันการเสียชีวิตของ Lindsey Graham ก็ทำให้สัดส่วนที่นั่งของพรรครีพับลิกันในสภาลดลงเหลือเพียง 52 ต่อ 47 เสียง ซึ่งอาจทำให้การลงมติมีความยากลำบากมากขึ้น
ที่มา: CNBC
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการดึงประเด็นการเสียชีวิตของวุฒิสมาชิกมาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีได้รับการยอมรับในระดับสากลโดยเร็วที่สุด แม้ว่าในความเป็นจริง Lindsey Graham จะมุ่งเน้นไปที่งานด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศมากกว่าเรื่องคริปโตเคอร์เรนซีก็ตาม การมีความชัดเจนทางกฎหมายถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกให้นักลงทุนสถาบันสามารถอัดฉีดเม็ดเงินก้อนใหญ่เข้าสู่ระบบได้อย่างสบายใจ ซึ่งหากร่างกฎหมายนี้ถูกบังคับใช้จริงก็จะส่งผลดีโดยตรงต่อราคาของ Bitcoin และตลาดรวมในระยะยาว แต่ในระยะใกล้นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูการต่อสู้แย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มธนาคารเก่าและกลุ่มเทคโนโลยีการเงินใหม่ในกระบวนการพิจารณาของสภาอย่างใกล้ชิด

