สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin พุ่งทะลุระดับ 78,000 ดอลลาร์ส่งผลให้ภาพรวมของตลาด Crypto กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านซึ่งช่วยดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับมารับความเสี่ยงได้มากขึ้น
- การพุ่งทะลุกรอบราคาที่น่าเบื่อหน่ายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาถือเป็นการส่งสัญญาณไฟเขียวให้นักเทรดสาย Momentum เริ่มกระโดดเข้ามาไล่ซื้อตามแนวโน้มขาขึ้นในขณะที่ข้อมูล On-chain ชี้ว่าปริมาณเหรียญบนกระดานเทรดกำลังลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบหลายปี
- แม้ภาพรวมตลาดจะดูสดใสแต่บริษัทวิเคราะห์อย่าง QCP Capital ยังคงออกมาเตือนให้ระมัดระวังความผันผวนจากทิศทางราคาน้ำมันและนโยบายของ Fed รวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยในโลก DeFi ที่ล่าสุดแพลตฟอร์ม Volo เพิ่งถูกเจาะระบบสูญเงินไปกว่า 3.5 ล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ราคาพุ่งทะลุกรอบสะสมพลังพร้อมกับปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์และปริมาณเหรียญบนกระดานเทรดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องถือเป็นโครงสร้างขาขึ้นที่ชัดเจนซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินจากนักเทรดสายตามเทรนด์ให้เข้ามาดันราคาไปทดสอบแนวต้านถัดไป
Bitcoin ได้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการพุ่งทะลุระดับ 78,000 ดอลลาร์ ดึงให้ภาพรวมของตลาด Crypto ทั้งกระดานกลับมาสดใส การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ความเชื่อมั่นในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนเริ่มฟื้นตัวขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ตกลงขยายเวลาหยุดยิงกับประเทศอิหร่านออกไป ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังส่งผลดีไปถึงตลาดหุ้นล่วงหน้าด้วยเช่นกัน
การไต่ระดับขึ้นของ Cryptocurrency เบอร์หนึ่งในรอบนี้ถือเป็นการปิดฉากช่วงเวลาอันแสนน่าเบื่อที่ราคาเอาแต่วิ่งแกว่งตัวไปมาในกรอบ 65,000 ถึง 75,000 ดอลลาร์ตลอดช่วงเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา การพุ่งทะลุกรอบนี้เปรียบเสมือนการเปิดไฟเขียวให้นักเทรดสาย Momentum ที่เฝ้ารอคอยจังหวะนี้มาอย่างยาวนาน
ตามธรรมชาติแล้วนักเทรดสาย Momentum จะกระโดดเข้าซื้อก็ต่อเมื่อพวกเขามองเห็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังก่อตัว ซึ่งการ Breakout ของ Bitcoin ในครั้งนี้คือคำตอบที่ใช่ที่สุด และมันอาจจะดึงดูดให้มีแรงซื้อไหลตามเข้ามาอีกมหาศาลเพื่อเติมเชื้อไฟให้แนวโน้มนี้วิ่งต่อไปได้ เหมือนกับกฎการเคลื่อนที่ข้อแรกของนิวตันที่บอกว่าวัตถุจะรักษาสภาพการเคลื่อนที่เอาไว้จนกว่าจะมีแรงภายนอกมากระทำ แม้ว่าเซอร์ไอแซก นิวตันอาจจะไม่ได้คิดถึงตลาดการเงินตอนที่ตั้งกฎนี้ขึ้นมาก็ตาม
นักวิเคราะห์จาก Marex ให้ความเห็นว่าตลาดถูกขังอยู่ในกรอบ 65,000 ถึง 75,000 ดอลลาร์มานานหลายเดือน การที่ราคาสามารถระเบิดออกจากกรอบลักษณะนี้ได้ถือเป็นเรื่องที่มีนัยสำคัญมาก เพราะมันจะไปเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เล่นในตลาด ฝั่งที่เคยดัก Short สวนตอนราคาขึ้นไปชน 74,000 ดอลลาร์จะต้องกลับมาประเมินสถานการณ์ใหม่ ในขณะที่ฝั่งซื้อที่รอความชัดเจนก็จะได้มีจุดอ้างอิงในการเข้าทำกำไรเสียที
ข้อมูล On-chain ก็ส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม CryptoQuant ระบุว่าจำนวน Bitcoin ที่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินของกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ได้ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายปีที่ระดับ 2.67 ล้าน BTC ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังกว้านซื้อและทยอยโอนเหรียญออกไปเก็บไว้เองอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมแบบนี้อาจนำไปสู่สภาวะ Supply Shock ในไม่ช้า
ทีมงานของ Delta Exchange ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่าอุปทานของ Bitcoin บนกระดานเทรดกำลังหดตัวลงเรื่อยๆ เหรียญที่พร้อมขายมีน้อยลง และเหรียญส่วนใหญ่กำลังถูกย้ายไปอยู่ในมือของกลุ่มคนที่เน้นถือยาว ทำให้สภาพคล่องในตลาดเริ่มตึงตัว เมื่อ Bitcoin หายากขึ้น อุปทานที่ลดลงย่อมส่งผลให้ความผันผวนของราคาพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ถึงกระนั้นบริษัทวิเคราะห์อย่าง QCP Capital ก็ยังคงแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวัง โดยชี้ให้เห็นว่าสัญญา Put Options ของ Bitcoin บนกระดาน Deribit ยังคงมีราคาสูงสะท้อนว่ายังมีคนต้องการซื้อประกันความเสี่ยงขาลงอยู่พอสมควร พวกเขามองว่าทิศทางของ Crypto ในตอนนี้ถูกผูกติดอยู่กับราคาน้ำมันและนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed อย่างแยกไม่ออก
บริษัทจากสิงคโปร์รายนี้อธิบายเพิ่มเติมว่าหากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หรือ Fed ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยที่ชัดเจนกว่านี้ ก็จะเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ถ้าไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ตลาดก็คงจะอยู่ในสภาวะเฝ้ารอและกำหนดราคาตามความไม่แน่นอนมากกว่าที่จะวิ่งไปในทิศทางที่ชัดเจน โดยในฝั่งตลาดการเงินดั้งเดิม ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI กำลังซื้อขายกันอยู่ที่ราว 90 ดอลลาร์ หลังจากเด้งขึ้นมาจากจุดต่ำสุดที่ 78 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์
เมื่อหันมามองภาพกว้างของตลาด ปัญหาด้านความปลอดภัยของ DeFi ยังคงเป็นฝันร้ายที่หลอกหลอนวงการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โปรโตคอล Volo บนเครือข่าย Sui เพิ่งจะถูกแฮกเกอร์สูบเงินออกไปกว่า 3.5 ล้านดอลลาร์จาก Vault ที่เก็บเหรียญ WBTC XAUm และ USDC ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรอยรั่วของ KelpDAO ที่สร้างความเสียหายลุกลามไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ในมุมของสัญญาณทางเทคนิคประจำวัน กราฟแสดงให้เห็นชัดเจนว่าราคา Bitcoin สามารถสร้างฐานที่มั่นคงเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันได้สำเร็จ ซึ่งจุดนี้มีความสำคัญมากเพราะเส้น 100 วันเคยเป็นแนวต้านที่สกัดกั้นการฟื้นตัวเมื่อเดือนมกราคม จนทำให้แรงเทขายกลับมาคุมตลาดและกดราคาให้ร่วงลึกไปแตะ 60,000 ดอลลาร์ การที่ราคาในปัจจุบันสามารถเจาะทะลุแนวต้านนี้ขึ้นมาได้ มักจะเป็นสัญญาณยืนยันถึงความแข็งแกร่งของ Momentum ฝั่งกระทิง และเป้าหมายถัดไปที่ต้องจับตาคือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ปัจจุบันดักรออยู่ที่ระดับ 85,900 ดอลลาร์
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการทะลุ 78,000 ดอลลาร์รอบนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนมากว่าตลาดยอมรับรู้ข่าวร้ายเรื่องสงครามไปหมดแล้วครับ การที่ Supply บนกระดานเทรดแห้งเหือดไปเรื่อยๆ บ่งบอกว่าวาฬเก็บของไปหมดแล้ว พอมีปัจจัยมหภาคอย่างการขยายเวลาหยุดยิงมาช่วยหนุนนิดหน่อย ราคาก็เลยพร้อมบินทันที สิ่งที่ต้องระวังตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องการเทขายหนักๆ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยเวลาเราเอาเงินไปฝากกินดอกใน DeFi มากกว่าครับ การโดนแฮกรายวันแบบนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงด้าน Smart Contract เป็นเรื่องที่นักลงทุน Crypto ห้ามมองข้ามเด็ดขาดครับ
