สรุปข่าว
- รายงานล่าสุดยืนยันว่ารัฐบาลอิหร่านไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าคุ้มครองเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น Bitcoin ตามที่เคยมีข่าวลือ
- สำนักข่าว CCTV รายงานว่าธนาคารกลางอิหร่านได้รับเงินค่าธรรมเนียมงวดแรกแล้ว โดยระบุว่าเป็นการชำระด้วยเงินสดของสกุลเงินต่างประเทศ
- ฮามิดเรซา ฮาจิบาบาอี รองประธานรัฐสภาอิสลามของอิหร่าน ออกมายืนยันการรับเงินดังกล่าวเข้าธนาคารกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
สำนักข่าว CCTV ของจีนรายงานยืนยันว่า ธนาคารกลางอิหร่านได้รับค่าธรรมเนียมงวดแรกจากเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว โดยรับชำระเป็นเงินสดของสกุลเงินต่างประเทศ แทนที่จะเป็น Bitcoin ตามที่เคยตกเป็นข่าว สอดคล้องกับการยืนยันอย่างเป็นทางการของ ฮามิดเรซา ฮาจิบาบาอี รองประธานรัฐสภาอิสลามของอิหร่าน ที่ระบุว่าได้นำเงินจำนวนดังกล่าวฝากเข้าบัญชีธนาคารกลางเรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสัญชาติของสกุลเงินหรือชื่อเรือที่ยอมจ่าย แต่หากอ้างอิงจากอัตราเดิม คาดว่าค่าธรรมเนียมการเดินเรือนี้จะมีมูลค่าสูงถึงลำละ 2 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน มีข่าวลือหนาหูหลุดออกมา ทางรัฐบาลอิหร่านกำลังพิจารณาที่จะเรียกเก็บค่าผ่านทางและค่าคุ้มครองเรือสินค้าที่ต้องการจะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น Bitcoin แต่ดูเหมือนว่าข่าวดังกล่าวจะไม่ใช่ความจริง
อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) ล่าสุดมีรายงานว่า ทางธนาคารกลางอิหร่านได้รับเงินค่าธรรมเนียมชุดแรกจากเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ
ประเด็นสำคัญก็คือ แทนที่จะเป็นการเก็บค่าธรรมเนียมด้วยคริปโตเคอร์เรนซีตามที่เคยเล็งพิจารณา สื่อข่าวกลับระบุว่า “เงินสดของสกุลเงินต่างประเทศ” ต่างหากที่ถูกใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเงินของชาติใด และเรือลำไหนเป็นผู้ที่ยอมทำการจ่าย
สำหรับข้อมูลชุดนี้มีความสอดคล้องกับประกาศที่ได้เผยแพร่ออกมาอย่างเป็นทางการโดยรองประธานรัฐสภาอิสลามของอิหร่าน ฮามิดเรซา ฮาจิบาบาอี ที่เปิดเผยว่า อิหร่านได้รับเงินชุดแรกของช่องแคบฮอร์มุซแล้ว และได้นำเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารกลางเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหากอ้างอิงจากอัตราเดิมเรือ 1 ลำจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมถึง $2 ล้าน ต่อลำเรือ
อย่างไรก็ดี ด้านสื่อตะวันตกยังไม่มีการยืนยันชัดเจนถึงกรณีดังกล่าว
ที่มา : Blockbeats
มุมมองผู้เขียน : ถึงแม้ว่า Bitcoin จะพลาดโอกาสในการถูกใช้งานจริงระดับประเทศ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะอย่างน้อยก็เป็นการการันตีว่าสหรัฐฯ จะยังคงไม่กลับลำมาโจมตี Bitcoin โดยใช้อิหร่านเป็นข้ออ้างหากมีธุรกรรมเกิดขึ้นจริง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะธรรมชาติ Bitcoin ถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้ชาติไหนเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
