bitkub-banner

นักวิจัยเจาะรหัส ECC 15 บิตด้วยควอนตัมสำเร็จ คว้ารางวัล 1 BTC จาก Project Eleven

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Giancarlo Lelli นักวิจัยอิสระ เจาะรหัสเข้ารหัส ECC 15 บิตด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมบนระบบคลาวด์สำเร็จ คว้ารางวัล 1 BTC จาก Project Eleven เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569
  • นับเป็นการโจมตีระบบเข้ารหัส ECC ด้วยควอนตัมที่ใหญ่ที่สุดที่เคยถูกสาธิตต่อสาธารณะ แต่ยังห่างไกลจากการคุกคาม Bitcoin ที่ใช้ ECC ขนาด 256 บิต
  • ผู้เชี่ยวชาญเร่งเรียกร้องให้วงการคริปโตเตรียมการย้ายไปยังระบบเข้ารหัสที่รองรับภัยควอนตัม ก่อนที่ช่องว่างระหว่างขีดความสามารถกับการเจาะ Bitcoin จะแคบลง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การสาธิตครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนระยะยาวมากกว่าภัยคุกคามทันที เนื่องจากการเจาะรหัส 256 บิตของ Bitcoin ยังต้องการทรัพยากรมหาศาลที่ยังไม่มีอยู่จริงในปัจจุบัน ราคา Bitcoin จึงไม่น่าได้รับผลกระทบเฉียบพลัน แต่ข่าวนี้อาจเพิ่มแรงกดดันให้นักพัฒนาเร่งหาทางรับมือกับภัยควอนตัมในระยะยาว

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา Giancarlo Lelli นักวิจัยอิสระ ได้รับรางวัล 1 BTC (มูลค่าราว 78,000 ดอลลาร์ ณ เวลานั้น) จากโครงการ Q-Day Prize ของ Project Eleven หลังจากสามารถเจาะรหัสเข้ารหัส ECC (Elliptic Curve Cryptography) ขนาด 15 บิตได้สำเร็จ โดยใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เข้าถึงได้ผ่านระบบคลาวด์สาธารณะ ตามรายงานจาก Coin Bureau และ cryptodotnews นี่ถือเป็นการสาธิตการโจมตีระบบเข้ารหัสแบบ ECC ด้วยเทคโนโลยีควอนตัมที่ใหญ่ที่สุดที่เคยทำในที่สาธารณะ แม้ว่าการโจมตีดังกล่าวยังไม่ถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อระบบรักษาความปลอดภัย 256 บิตของ Bitcoin ก็ตาม

ทำสำเร็จได้อย่างไร และหมายความว่าอะไร

Lelli ใช้ตัวแปรหนึ่งของ Shor’s Algorithm ซึ่งเป็นอัลกอริทึมควอนตัมที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีระบบเข้ารหัสแบบ ECC โดยเฉพาะ เพื่อสืบค้นคีย์ส่วนตัวจากคีย์สาธารณะในพื้นที่ค้นหาทั้งหมด 32,767 ความเป็นไปได้ สิ่งที่น่าสนใจคือกระบวนการทั้งหมดนี้ทำได้บนฮาร์ดแวร์ควอนตัมที่เข้าถึงได้ผ่านคลาวด์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษของห้องปฏิบัติการระดับชาติหรือชิปควอนตัมเอกชน ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวกระโดดขนาด 512 เท่าจากสถิติก่อนหน้า เมื่อในเดือนกันยายน 2568 Steve Tippeconnic เคยสาธิตการเจาะ ECC ขนาด 6 บิตบนคอมพิวเตอร์ IBM ขนาด 133 คิวบิต ซึ่งหมายความว่าพัฒนาการนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น

Alex Pruden ซีอีโอของ Project Eleven ระบุว่า ทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการโจมตีแบบนี้กำลังลดลงเรื่อยๆ และอุปสรรคในทางปฏิบัติก็ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ซึ่งยิ่งเน้นย้ำความเร่งด่วนในการเตรียมพร้อมสำหรับการย้ายไปยังระบบเข้ารหัสที่รับมือภัยควอนตัมได้

Bitcoin ยังปลอดภัยอยู่ แต่นาฬิกากำลังเดิน

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การเจาะ ECC 15 บิตกับการเจาะ ECC 256 บิตที่ Bitcoin ใช้นั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน พื้นที่ค้นหาของการเข้ารหัส 256 บิตนั้นใหญ่กว่าประมาณ 2.2 × 10^72 เท่า ทำให้ Bitcoin ยังคงปลอดภัยอย่างเต็มที่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม การประมาณการทางทฤษฎีสำหรับทรัพยากรที่จำเป็นในการโจมตี 256 บิตได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เอกสารของ Google ในเดือนเม.ย. 2569 ชี้ว่าต้องการคิวบิตทางกายภาพต่ำกว่า 500,000 ตัว ขณะที่งานวิจัยล่าสุดจาก Caltech และ Oratomic ยิ่งลดตัวเลขนี้เหลือเพียงราว 10,000 คิวบิตในสถาปัตยกรรมอะตอมที่เป็นกลาง นอกจากนี้ Bitcoin ประมาณ 6.9 ล้านดอลลาร์ หรือราวหนึ่งในสามของอุปทานทั้งหมด ถูกเก็บในกระเป๋าที่คีย์สาธารณะมองเห็นได้บนบล็อกเชนอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่ามีมูลค่าสินทรัพย์ที่ใช้การเข้ารหัส ECC อยู่กว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่อาจตกอยู่ในความเสี่ยงหากควอนตัมคอมพิวเตอร์มีพลังเพียงพอ

ในส่วนของการเตรียมรับมือ ชุมชนนักพัฒนา Bitcoin ได้เสนอแนวทางการย้ายระบบ อาทิ BIP-360 สำหรับที่อยู่กระเป๋าแบบที่รับมือภัยควอนตัมได้ ขณะที่บล็อกเชนอื่นๆ อย่าง Ethereum และ Ripple ก็ได้เผยแพร่แผนการเปลี่ยนผ่านในทิศทางเดียวกัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับการเปิดตัวรางวัลนี้ใน ถ้าแน่จริง แฮ็กเข้ามา ! บริษัทควอนตัมท้า แจก 1 BTC ให้ใครก็ได้ที่เจาะระบบ Bitcoin ได้สำเร็จ และรายงานความเสี่ยงของกระเป๋า Bitcoin ใน ‘Project 11’ เผยจำนวนกระเป๋า Bitcoin นับ 10 ล้านใบ ! ที่อาจเสี่ยงจากภัยคุกความควอนตัม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าจับตาในระยะยาวมากกว่าที่หลายคนอาจคิด แม้ 15 บิต vs 256 บิตฟังดูห่างไกลกันมาก แต่ที่น่ากังวลกว่าคือ อัตราความก้าวหน้า ที่เห็นได้ชัด ภายใน 7 เดือน จาก 6 บิต กระโดดมาเป็น 15 บิต หากเส้นโค้งพัฒนาการยังเร็วแบบนี้ต่อเนื่อง คำถามมันไม่ใช่ “จะเกิดขึ้นไหม” แต่คือ “จะเกิดเมื่อไหร่” สิ่งที่อยากให้จับตาดูคือความเคลื่อนไหวของชุมชนนักพัฒนา Bitcoin ว่าจะเร่งผลักดัน BIP-360 หรือมาตรการรับมือภัยควอนตัมอื่นๆ เร็วแค่ไหน เพราะถ้ารอให้ Q-Day มาถึงก่อนค่อยเตรียมตัว นั่นอาจสายเกินไปแล้ว

ที่มา: @CoinBureau

ภาพจาก AI