สรุปข่าว
- เวียดนามเตรียมเปิดตลาด crypto แบบมีกำกับดูแล ผ่านโครงการนำร่อง 5 ปีภายใต้ Resolution 05/2025 โดยจะออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกสูงสุดไม่เกิน 5 กระดาน โดยกระทรวงการคลังได้เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2569 และ CAEX เป็นหนึ่งในเพียง 5 บริษัทที่ผ่านรอบคัดเลือกเจ้าแรก ๆ
- CAEX (Vietnam Prosperity Crypto Asset Exchange) ซึ่งมี VPBank Securities และ LynkiD เป็นผู้ก่อตั้งนั้น ได้รับการหนุนหลังและการลงทุนจาก OKX Ventures และ HashKey Capital เพื่อให้ถึงเกณฑ์ของเงินทุนขั้นต่ำที่ 1 หมื่นล้านดองเวียดนาม หรือราว ๆ $380 ล้านดอลลาร์ ตามที่กฎหมายกำหนด โดยการระดมทุนคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน 2569
- เวียดนามมีนักลงทุนคริปโตราว 17–20 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบ 20% ของประชากร และมี โวลุมเทรดคริปโตต่อปีสูงถึง $100,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 25% ของ GDP แต่เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านเว็บเทรดต่างประเทศ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่เวียดนามเปิดตลาดคริปโตแบบถูกกฎหมายเป็นครั้งแรก เท่ากับ “ปลดล็อก” ผู้ใช้งาน 17–20 ล้านคนให้เข้าถึงตลาดคริปโตผ่านช่องทางที่ถูกต้องได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะดึง demand จากตลาดมหาศาลที่เคยอยู่ในเว็บเทรดต่างประเทศให้กลับมาในประเทศและเพิ่มสภาพคล่องในระบบโดยรวม นับเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโตเอเชียโดยรวม
เวียดนามพร้อมเขียนประวัติศาสตร์ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026
เวียดนามเป็นประเทศที่ติด Top 4 โลกด้านการยอมรับคริปโตและมีนักลงทุนในคริปโตมากกว่า 17 ล้านคน ตอนนี้พวกเขากำลังเดินหน้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดการลงทุนดิจิทัลของประเทศ ตามรายงานของ Nikkei และ Coin Bureau ซึ่งยืนยันว่า รัฐบาลเวียดนามมีแผนเปิดตลาดคริปโตแบบมีการกำกับดูแลผ่านโปรแกรมนำร่อง 5 ปี โดยกระทรวงการคลังกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาใบสมัคร โดย CAEX เป็นหนึ่งใน 5 บริษัทที่ผ่านรอบคัดเลือกในรอบเบื้องต้น ขณะที่ ข้อบังคับดังกล่าวสร้างหมวดหมู่ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ “digital asset platforms” และ “tokenized custody platforms” ซึ่งอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกันกับโบรกเกอร์และผู้จัดการกองทุน
โครงสร้างกฎหมายใหม่ เข้มงวดแต่ชัดเจน
กรอบกฎหมายที่เวียดนามใช้ถือว่า “เข้มงวดมาก” เมื่อเทียบกับมาตรฐานโลก แต่ก็ส่งสัญญาณ “ชัดเจน” ที่นักลงทุนสถาบันรอคอย
กฎเกณฑ์หลักประกอบด้วย: โปรแกรมจำกัดผู้เข้าร่วมสูงสุด 5 เว็บเทรด เพดานถือหุ้นต่างชาติสูงสุด 49% และบังคับว่าอย่างน้อย 65% ของทุน ต้องมาจากผู้ถือหุ้นสถาบัน เช่น ธนาคาร, บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเทคโนโลยี
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้เว็บเทรดต้องผ่านการตรวจสอบด้าน governance, คุณสมบัติของบุคลากร, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, กระบวนการควบคุมภายใน และการปฏิบัติตาม AML/CTF ซึ่งทำให้กฎเกณฑ์นี้เป็นหนึ่งในกรอบกำกับดูแล คริปโตที่ครอบคลุมที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หากโครงการนำร่องนี้สำเร็จ เวียดนามจะกลายเป็นตลาดคริปโตที่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจเป็นจุดอ้างอิงสำหรับประเทศอื่นในภูมิภาคที่กำลังพิจารณาการสร้างกรอบกำกับดูแลเป็นของตัวเอง
ในมุมมองส่วนตัวนี่คือหนึ่งในข่าวเชิงบวกที่สุดสำหรับตลาดคริปโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2569 นักลงทุน 17–20 ล้านคน ที่เคยเทรดผ่านเว็บเทรดนอกประเทศกำลังจะมีทางเลือกให้ลงทุนในประเทศที่ถูกกฎหมาย ถ้า CAEX และเว็บเทรดอื่น ๆ ที่ได้รับใบอนุญาตสามารถดึงโวลุมเทรดบางส่วนกลับเข้าสู่ระบบได้นั่นจะเป็นการยกระดับตลาดเอเชียให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับ สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือรัฐบาลเวียดนามจะผ่อนกฎเรื่อง Stablecoin ได้หรือไม่เพราะนั่นคือกุญแจที่จะปลดล็อกสภาพแวดล้อม DeFi ที่แท้จริง
ที่มา: Coin Bureau, CoinDesk, VnEconomy, Fintech Singapore, CryptoNexa, Chainalysis, Vietnam Briefing, Disruption Banking
