สรุปข่าว
- หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของอังกฤษ (FCA) ออกแนวทางใหม่สำหรับเทคโนโลยี Distributed Ledger (DLT) พร้อมเปิดตัวโมเดล Direct-to-Fund สำหรับสินทรัพย์โทเคน
- ก้าวนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญด้านกฎระเบียบของอังกฤษในการนำบล็อกเชนมาใช้ในระบบการเงิน ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงกองทุนโทเคนได้โดยตรงมากขึ้น
- ต้องจับตาว่าแนวทางดังกล่าวจะดึงดูดบริษัทการเงินและผู้ออกโทเคนรายใหม่เข้าสู่ตลาดอังกฤษมากน้อยแค่ไหน และอาจเป็นแบบอย่างให้หน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาคอื่น ๆ ทำตาม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ FCA อังกฤษออกกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับ DLT และสินทรัพย์โทเคนถือเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว เพราะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่ขัดขวางการนำบล็อกเชนมาใช้ในอุตสาหกรรมการเงิน แม้ผลกระทบต่อราคาคริปโตในทันทีจะยังมีจำกัด แต่ทิศทางนี้เอื้อต่อการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมในระยะกลางถึงยาว
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของสหราชอาณาจักร หรือ Financial Conduct Authority (FCA) ได้ออกแนวทางใหม่สำหรับเทคโนโลยี Distributed Ledger Technology (DLT) พร้อมกับเปิดตัวโมเดล Direct-to-Fund สำหรับสินทรัพย์โทเคน ตามรายงานจาก Cointelegraph นับเป็นก้าวสำคัญในการวางกรอบกฎระเบียบสำหรับบล็อกเชนในระบบการเงินอังกฤษอย่างเป็นทางการ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าอังกฤษกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนำ DLT มาใช้ในตลาดทุน โดยเฉพาะในด้านการโทเคไนซ์สินทรัพย์ทางการเงิน
โมเดล Direct-to-Fund คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
โมเดล Direct-to-Fund ที่ FCA เปิดตัวครั้งนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงกองทุนที่อยู่ในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชนได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางแบบดั้งเดิมหลายชั้นเหมือนในอดีต ซึ่งหมายความว่ากระบวนการซื้อ-ขายหน่วยกองทุนอาจทำได้รวดเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง และโปร่งใสมากขึ้นด้วยพลังของบล็อกเชน
สำหรับผู้ออกกองทุนและบริษัทจัดการสินทรัพย์ แนวทางนี้เปิดโอกาสให้สามารถออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินบนบล็อกเชนได้ภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน ลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญมาโดยตลอด และเปิดทางให้สถาบันการเงินรายใหญ่กล้าเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีนี้มากขึ้น
อังกฤษกับการแข่งขันชิงตำแหน่งศูนย์กลาง DLT โลก
การออกแนวทาง DLT ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่อังกฤษแสดงความสนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อังกฤษเตรียมอนุญาตให้ใช้ Stablecoin ในการชำระเงิน ดันประเทศสู่ศูนย์กลางด้านคริปโต ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนของรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลในการยึดตำแหน่งผู้นำด้านการเงินดิจิทัลของโลก
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษศึกษาและใช้เทคโนโลยี DLT เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล มาตั้งแต่ปี 2561 แสดงให้เห็นว่าการออกแนวทาง FCA ครั้งล่าสุดนี้คือผลลัพธ์จากการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องหลายปี ไม่ใช่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน การที่อังกฤษมีกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับ DLT ยังอาจทำให้ประเทศกลายเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับบริษัทโทเคไนซ์สินทรัพย์ที่ต้องการฐานปฏิบัติการในยุโรป โดยเฉพาะในยุคหลัง Brexit ที่อังกฤษต้องการแสดงให้เห็นว่าตนเองยังคงเป็นศูนย์กลางการเงินโลก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ FCA ออกแนวทาง DLT พร้อมโมเดล Direct-to-Fund ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว เพราะแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลรายใหญ่เริ่มยอมรับว่าบล็อกเชนและการโทเคไนซ์สินทรัพย์คือส่วนหนึ่งของอนาคตของตลาดทุน ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือจะมีบริษัทการเงินรายใดบ้างที่รีบเข้ามาใช้ประโยชน์จากกรอบกฎหมายใหม่นี้ และจะมีหน่วยงานกำกับดูแลในเอเชีย รวมถึงไทย นำโมเดลของอังกฤษมาเป็นแบบอย่างหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นจริงอาจเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกได้เลยทีเดียว
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
