bitkub-banner

เฟดมินนีแอโพลิสเตือน สงครามอิหร่านยืดเยื้ออาจบังคับขึ้นดอกเบี้ย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Neel Kashkari ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขามินนีแอโพลิส เตือนว่าหากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยแทนที่จะลด
  • เฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5%-3.75% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย. ติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม โดย Kashkari เป็นหนึ่งในผู้ลงมติคัดค้านถ้อยคำที่บ่งชี้การลดดอกเบี้ยในอนาคต
  • ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงหลังช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลกได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ซึ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

สัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยจากเฟดเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโต เพราะต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นและสภาพคล่องในตลาดลดลง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ตลาดคริปโตยังปรับตัวขึ้นได้ หากนักลงทุนมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย (2 พ.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ) Neel Kashkari ประธานและซีอีโอของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขามินนีแอโพลิส ออกมาเตือนว่าหากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านยืดเยื้อออกไป จะยิ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) นำทิศทางนโยบายดอกเบี้ยได้ยากขึ้น และยังเปิดโอกาสให้มีการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยด้วย ตามรายงานจาก Cointelegraph Kashkari ให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ทางช่อง CBS โดยระบุว่าเขาไม่สามารถฟันธงได้ว่าการลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นแทน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เฟดได้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5%-3.75% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย. ติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม

Kashkari เตือนราคาพลังงานอาจบังคับให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้ง

ในแถลงการณ์ที่ Kashkari เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 พ.ค. เพื่ออธิบายการลงมติคัดค้านในการประชุมเฟดรอบล่าสุด เขาได้ชี้ให้เห็นว่าหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนานขึ้นและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางได้รับความเสียหาย อาจก่อให้เกิดการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานอย่างรุนแรง ซึ่งอาจต้องใช้การขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งเพื่อปกป้องเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของเฟด ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลก และได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 29 เม.ย. ประธานเฟด Jerome Powell ก็ยอมรับถึงความไม่แน่นอนนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก และความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เพิ่มความไม่แน่นอนนั้นในระยะใกล้” พร้อมยอมรับว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เงินเฟ้อโดยรวมเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งหมดจะกว้างและยาวนานเพียงใด

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต แม้ข่าวดูลบ ราคายังบวก

น่าสังเกตว่าแม้สัญญาณจากเฟดจะดูเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ตลาดคริปโตกลับปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดย Bitcoin อยู่ที่ $80,247 บวกกว่า 2.61% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum ปรับตัวขึ้นถึง 3.67% มาอยู่ที่ $2,387 ซึ่งอาจสะท้อนว่านักลงทุนยังมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นเพียง “ความเสี่ยง” ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันที และยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่น เช่น สภาพคล่องในตลาด ที่ยังดึงดูดเม็ดเงินเข้าคริปโต

อย่างไรก็ตาม หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่งสูงต่อเนื่อง แรงกดดันเงินเฟ้อจะบีบให้เฟดต้องดำเนินนโยบายแบบเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโตในระยะกลางถึงยาว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Fed คืออะไร? ทำไมทุกครั้งที่ประธานเฟดพูด ราคา Bitcoin ถึงขยับทันที ซึ่งอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายเฟดกับราคาคริปโตไว้อย่างละเอียด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำเตือนของ Kashkari ครั้งนี้น่าจับตามากกว่าที่ตลาดกำลังตอบสนองอยู่ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การพูดไปงั้น เขาเพิ่งลงมติคัดค้านถ้อยคำของเฟดในการประชุมล่าสุดไปเลย แปลว่าเขาพร้อมจะกดดันจริงๆ ถ้าสงครามยังไม่จบ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าปิดยาวหรือมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ราคาน้ำมันจะพุ่ง เงินเฟ้อจะกลับมา และโอกาสลดดอกเบี้ยจะหายไปในทันที ซึ่งจะกระทบตลาดคริปโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าสงครามเริ่มสงบลง เฟดก็ยังมีทางเดินแบบเดิม สรุปคือตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสงคราม ไม่ใช่เศรษฐกิจ

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Cointelegraph