สรุปข่าว
- เหรียญขวัญใจนักลงทุนอย่าง Terra Luna Classic (LUNC) ทะยานขึ้นกว่า 47% ในเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้สามารถกลับเข้าสู่ทำเนียบ Top 100 โลกได้สำเร็จ
- ปัจจัยหลักมาจากการที่ Binance ช่วยเผาเหรียญทิ้งกว่า 923 ล้าน LUNC เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ประกอบกับมีเหรียญถูกล็อกมหาศาล ทำให้อุปทานลดลงจนดันราคาขึ้น
- วอลุ่มเทรดรายวันที่พุ่งทะลุ 180-200 ล้านดอลลาร์ ก่อให้เกิดภาวะ FOMO ดันราคาทะลุแนวต้านสำคัญ และบีบให้นักลงทุนฝั่ง Short ต้องโดนล้างพอร์ต
แนวโน้มผลกระทบ : Bullish
Terra Luna Classic (LUNC) เหรียญระดับตำนานที่เคยสร้างบาดแผลและเศรษฐีมาแล้วนับไม่ถ้วน ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการพุ่งทะยานกว่า 47% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา จนสามารถทวงคืนพื้นที่ Top 100 ของโลกได้สำเร็จ (อันดับ 97 บน CoinGecko และ 82 บน CoinMarketCap) การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีรากฐานมาจากเทคโนโลยีหรือโปรเจกต์ใหม่ แต่เป็นผลรวมของปรากฏการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยการลดอุปทานอย่างต่อเนื่องจากการเผาเหรียญของ Binance ผนวกกับปริมาณการซื้อขายที่
เพิ่มขึ้นตามการกลับตัวของตลาดคริปโต ดันให้ราคาทะลุแนวต้านทางเทคนิคขึ้นมาได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางแรงศรัทธาของชุมชนนักลงทุนที่ยังคงเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย
Luna Classic (LUNC) เหรียญขวัญใจชาวไทยที่สร้างตำนานการลงทุนที่โลกต้องจารึก บัดนี้ ได้หวนกลับขึ้นมาชิงตำแหน่งโปรเจกต์ Top 100 ได้สำเร็จอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายจากสายตานักลงทุนไปอย่างยาวนานหลายเดือน
อ้างอิงข้อมูลจาก Coingecko ระบุว่า Terra Luna Classic ได้ทะยานขึ้นอย่างรุนแรงตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมาคิดเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 47% แต่ในวันนี้ LUNC ได้สร้างสถิติกลับขึ้นมายืนเหนือ Top 100 โปรเจกต์ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกไปได้ในลำดับที่ 97 หลังจากที่ก่อนหน้านี้พลาดท่าไม่สามารถทุบสถิติได้
ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน LUNC เคยเกือบที่จะทะยานขึ้นมาเหนือ Top 100 ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องถอยร่นกลับไปตั้งหลักใหม่ก่อนทำสำเร็จในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าตัวของโปรเจกต์เองแม้จะเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายในอดีตทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย แต่ดูเหมือนว่านักเทรดก็ยังคงให้ความสนใจในเหรียญนี้อย่างเหนียวแน่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ด้านของมูลจากฝั่งของ Coinmarketcap ยิ่งต้องตกตะลึงเพราะ LUNC สามารถไต่ระดับไปไกลถึงลำดับที่ 82 เลยทีเดียว

ทำไมช่วงนี้มาแรง?
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ LUNC กลับมาเป็นที่นิยมในช่วงนี้เป็นผลมาจาก 3 ปัจจัยหลักๆ
1. Token Burn หนักมาก เมื่อ 1 พ.ค. ทาง Binance เผาไปกว่า 923 ล้าน LUNC เนื่องจาก volume การเทรดสูงในเดือนเมษา ทำให้โดยรวมจะถูกเผาไปแล้วกว่า 444-446 พันล้าน LUNC ประมาณ 6.4% ของ supply แถมยังมี staking อีก ~9.32 แสนล้านถูกล็อกไม่ให้ขาย ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว เมื่อปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดลดลง เหรียญขาดแคลน ความต้องการซื้อจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
2. Volume เทรดพุ่งสูง24 ชม. ล่าสุด volume เกิน $180-200 ล้าน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับ Marketcapt ประมาณ $550M นั่นจึงทำให้ตลาดเกิด FOMO + short squeeze
3. ปัจจัยอื่น ๆ เช่น Technical Breakout ราคาทะลุต้านสำคัญ + momentum รายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 40-60% ร่วมด้วยกระแสในชุมชนที่เริ่มร้อนแรงทั้งในฝั่งของภาพรวมและตัว LUNC เอง
อย่างไรก็ตาม แม้การกลับมาผงาดใน Top 100 จะสร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนและสาวก LUNC ได้อย่างมหาศาล แต่อย่าลืมว่าแรงขับเคลื่อนหลักในรอบนี้มาจากปัจจัยด้านการเก็งกำไร สภาพคล่อง และกระแสชุมชนเป็นหลัก ไม่ได้เกิดจากการพัฒนาโปรเจกต์หรือ Use Case ใหม่ ๆ แต่อย่างใด
ดังนั้น นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด วางแผนจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจน และไม่หลงระเริงไปกับกระแสจนลืมความเสี่ยง เพราะประวัติศาสตร์ของ LUNC ได้สอนบทเรียนราคาแพงให้เราเรียนรู้แล้วว่า ความผันผวนในตลาดคริปโตนั้นไร้ความปรานีเสมอ

