สรุปข่าว
- เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 เวลาตี 3:40 ตามเวลาไทย (15:40 น. ก่อนหน้า) มีคำสั่ง Short น้ำมันดิบมูลค่า $920 ล้าน เข้าตลาดก่อนที่ Axios จะรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้ได้ข้อตกลง 70 นาที
- หลังข่าวออก ราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 12% ทำให้ผู้เปิดสถานะ Short กำไรทันทีประมาณ $125 ล้าน ก่อนที่อิหร่านจะประกาศตั้ง “Persian Gulf Strait Authority” ดันราคาน้ำมันกลับขึ้น 8%
- นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีรูปแบบเดียวกันก่อนประกาศสงบศึกเมื่อ 7 เม.ย. และ Bitcoin ซึ่งซื้อขายอยู่ที่ $81,703 ก็ดิ่งจากจุดสูงสุดของวันกว่า 1.20% ในช่วงที่ข่าวนี้แพร่สะพัด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
สัญญาณดีลสหรัฐฯ-อิหร่านอาจลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งโดยปกติเป็นบวกสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต อย่างไรก็ตามการพุ่งขึ้นของน้ำมัน 8% หลังอิหร่านประกาศตั้งหน่วยงานใหม่ฉายภาพความไม่แน่นอนในภูมิภาค ทำให้ตลาดยังแกว่งตัวสองทิศทาง ผลกระทบต่อราคาคริปโตจึงยังเป็นกลาง
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 เวลาตี 3:40 ตามเวลาไทย (15:40 น. เวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ตะวันออก) มีคำสั่งเปิดสถานะ Short น้ำมันดิบมูลค่าสูงถึง $920 ล้านปรากฏขึ้นในตลาดฟิวเจอร์ส ก่อนที่สำนักข่าว Axios จะรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังใกล้ได้ข้อตกลงในรูปแบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) 14 ข้อถึง 70 นาที ตามรายงานจาก Crypto Rover โดยหลังข่าวแพร่ออกไป ราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 12% ภายในเวลา 07:00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ฝ่ายที่ถือสถานะ Short จึงได้กำไรทันทีประมาณ $125 ล้าน ก่อนที่อิหร่านจะประกาศจัดตั้ง “Persian Gulf Strait Authority” ทำให้ราคาน้ำมันดีดกลับขึ้น 8% ในเวลาต่อมา ขณะนี้ยังไม่มีการระบุตัวตนของผู้อยู่เบื้องหลังการเทรดดังกล่าว
รูปแบบซ้ำ เกิดขึ้นแล้วหลายครั้งก่อนประกาศสำคัญ
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าสงสัยยิ่งกว่าเดิมคือนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 มีคำสั่ง Short น้ำมันมูลค่าประมาณ $950 ล้านปรากฏในตลาดก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศสงบศึกกับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงประมาณ 15% และเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 ก็พบว่าปริมาณการซื้อขายฟิวเจอร์สน้ำมันพุ่งสูงผิดปกติในช่วงหลายนาทีก่อนที่ทรัมป์จะโพสต์บน Truth Social เรื่องการพูดคุยกับอิหร่าน
รูปแบบซ้ำดังกล่าวทำให้สมาชิกวุฒิสภา Elizabeth Warren และ Sheldon Whitehouse ส่งจดหมายถึงประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 เรียกร้องให้มีการสอบสวนความผิดปกติของการเทรดที่เกี่ยวข้องกับประกาศทางทหารของรัฐบาลทรัมป์ ณ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าหรือผลการสอบสวนดังกล่าว
ดีลสหรัฐฯ-อิหร่านคืออะไร และทำไมถึงฉุดน้ำมันลงแรง
บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อที่รายงานว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาอยู่นั้นมีสาระสำคัญคือ อิหร่านตกลงระงับการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและปลดปล่อยเงินสำรองอิหร่านที่ถูกอายัด ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มต้นในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2569 ทำให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซชะงัก ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 40% นับตั้งแต่นั้น ดังนั้นเมื่อข่าวว่าความขัดแย้งใกล้ยุติออกมา ตลาดจึงตอบสนองด้วยการเทขายน้ำมันอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการที่อิหร่านประกาศตั้งหน่วยงานใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซก็สร้างความไม่แน่นอนขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันดีดกลับ 8% ในเวลาต่อมา
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ในช่วงที่ข่าวนี้แพร่สะพัด Bitcoin ซึ่งซื้อขายอยู่ที่ราว $81,703 ได้ดิ่งลงจากจุดสูงสุดของวันที่ $82,696 กว่า 1.20% ส่วน Ethereum อยู่ที่ $2,360 และร่วงลงจากจุดสูงสุดในช่วงเวลาเดียวกันกว่า 2.37% ความผันผวนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโตยังไวต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวกับน้ำมันและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักลงทุนในตลาดคริปโตจึงต้องจับตาพัฒนาการของดีลสหรัฐฯ-อิหร่านในระยะต่อไปว่าจะส่งสัญญาณบวกหรือลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากน้อยเพียงใด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่ากังวลมากพอสมควร เพราะมันไม่ใช่ความบังเอิญธรรมดาถ้าเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในลักษณะเดียวกันถึง 3 ครั้งภายในเวลาไม่กี่เดือน ใครก็ตามที่รู้ข้อมูลล่วงหน้าแล้วเปิดสถานะขนาดนี้ไว้ก่อนข่าวออก ถ้าพิสูจน์ได้ว่าใช้ข้อมูลวงในซื้อขายจริง ความเสียหายต่อความเชื่อมั่นในตลาดจะหนักมาก ที่น่าจับตาต่อไปคือว่า CFTC จะดำเนินการสอบสวนได้จริงหรือไม่ และดีลสหรัฐฯ-อิหร่านจะสำเร็จหรือล้มเหลว เพราะทั้งสองเรื่องนี้จะกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นได้อย่างชัดเจน
ที่มา: @cryptorover
เครดิตภาพจาก @WorldBriefDaily

