bitkub-banner

ผู้ก่อตั้ง LinkedIn เผยซื้อ Bitcoin ครั้งแรกตั้งแต่ 2014  ถือยาวมา 12 ปี ไม่เคยคิดขาย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn ยืนยันในงาน Consensus Miami ว่าเขาถือ Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2014 และ ไม่เคยขายเลยแม้แต่เหรียญเดียว
  • Hoffman ทำนายว่าในอนาคตจะมี AI Agent มากกว่ามนุษย์ การทำธุรกรรมระหว่าง AI จึงจำเป็นต้องใช้ระบบที่ไม่ต้องใช้ความเชื่อใจ ซึ่ง Bitcoin คือคำตอบของปัญหา
  • เขาเน้นย้ำว่าในยุคที่ AI สามารถสร้างข่าวปลอมและฟาร์มบอทได้แนบเนียน คริปโตจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์และแหล่งที่มาของข้อมูล

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Reid Hoffman มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn ประกาศจุดยืนกลางงาน Consensus Miami 2026 ในฐานะผู้ศรัทธา Bitcoin ระยะยาวที่ถือครองมานานกว่า 10 ปีโดยไม่ยอมขาย โดยเขาให้เหตุผลว่าในอนาคตที่โลกออนไลน์จะเต็มไปด้วย AI Agent จำนวนมหาศาล เทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตจะกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านตัวตน ที่ขาดไม่ได้ เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมระหว่าง AI และพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ 

Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังของคนวัยทำงาน ได้เปิดเผยในงาน Consensus Miami ว่า ตัวของเขานั้นเป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่อ Bitcoin อย่างแรงกล้า

Hoffman ระบุว่า นับตั้งแต่ที่ตัวเขาซื้อ Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2014 มาจนถึงวันนี้ เขาไม่มีความคิดเลยที่จะขายมันออกไปเลย เพราะตัวเขาเชื่อมั่นว่าในยุคของ AI คริปโตจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ในอนาคตจำนวนของ AI agent จะมีล้นแซงหน้าประชากรมนุษย์บนโลกออนไลน์ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เราจำเป็นต้องมีระบบยืนยันตัวตนที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ AI สามารถทำธุรกรรมระหว่างกันได้ โดยเขามองว่า เทคโนโลยี Crypto และแนวคิดดั้งเดิมของ NFT คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด สำหรับการแก้ปัญหานี้

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะบล็อกเชน,ฺ Bitcoin หรือแม้กระทั่ง NFT คือโซลูชันธรรมชาติที่ใช้การเข้ารหัสแข็งแกร่งแต่ก็ยังโปร่งใสที่จะตรวจสอบได้ ทำให้ไม่ต้องมีการเชื่อใจตัวกลาง 

นอกจากนี้คริปโตจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิสูจน์ความถูกต้องของแหล่งที่มาข้อมูล และจะช่วยพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางยุคที่มีทั้งคอนเทนต์จาก AI, ฟาร์มบอท, และข่าวปลอม แต่เขาก็ไม่ได้มีการลงรายละเอียดมากว่าจะทำได้โดยวิธีไหน โดยกล่าวเพียงแค่ว่า Proof-of-human นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น

อย่างไรก็ตามชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยกลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการที่ Hoffman ออกมาสนับสนุน Bitcoin เนื่องจากชื่อของเขาปรากฏอยู่หลายครั้งในเอกสารของคดี Jeffrey Epstein ที่เคยกล่าวอ้างว่ารู้จักกับซาโตชิ ส่งผลทำให้ชาวเน็ตมองว่าตัวเขานั้นอาจไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับการเป็นหน้าเป็นตาให้กับ Bitcoin


มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่ Hoffman นั้นเป็นเรื่องจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น ธุรกรรมต่างๆในโลกกำลังจะถูกส่งมอบไปให้ AI รับหน้าที่ แต่เราก็ต่างทราบกันดีว่า AI ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ นั่นจึงทำให้คริปโตกลายเป็นทางออกหนึ่งเดียวของ Agent ในการทำธุรกรรม และเมื่อ Agent ทำธุรกรรมมากขึ้นคริปโตก็จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโลกไปโดยปริยาย