bitkub-banner

JPMorgan ชี้ Bitcoin แซงทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันค่าเงิน ETF ไหลเข้า 3 เดือนซ้อน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • JPMorgan รายงานเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ว่า Bitcoin กำลังแซงทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกใช้ป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของเงินตรา โดยเฉพาะหลังความขัดแย้งในอิหร่าน
  • Bitcoin ETF บันทึกเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 3 เดือนซ้อน โดยเดือน เม.ย. 2569 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ $2.44 พันล้าน ขณะที่นักลงทุนอเมริกาเหนือดึงเงินออกจาก ETF ทองคำสูงถึง $1.3 หมื่นล้าน (ราว 85 ตัน) ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด
  • ตัวชี้วัดสถาบัน เช่น Bitcoin futures บน CME แตะระดับสูงสุดใหม่ บ่งชี้การเพิ่มสถานะจากนักลงทุนรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ JPMorgan ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ออกมารายงานอย่างเป็นทางการว่า Bitcoin กำลังแซงทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันค่าเงิน ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน เงินไหลเข้า ETF ต่อเนื่อง 3 เดือนสะท้อนการสะสมอย่างมีระบบ ซึ่งมักเป็นปัจจัยหนุนราคาในระยะกลาง

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ทีมนักวิเคราะห์ของ JPMorgan นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou กรรมการผู้จัดการ ได้เผยแพร่รายงานระบุว่า Bitcoin กำลังแซงทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกใช้ป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของเงินตรา โดยเฉพาะหลังความตึงเครียดจากความขัดแย้งในอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ตามรายงานจาก Cointelegraph ข้อมูลชี้ว่ากองทุน Bitcoin ETF บันทึกเงินไหลเข้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้วนับถึง พ.ค. 2569 ในขณะที่กองทุน ETF ทองคำยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่จากเงินไหลออกในช่วง มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา

เงินไหลออกจากทองคำ ไหลเข้า Bitcoin ต่อเนื่อง

ตัวเลขที่ JPMorgan อ้างอิงมีน้ำหนักน่าสนใจมาก ในเดือน มี.ค. 2569 กองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ บันทึกเงินไหลเข้าสุทธิ $1.32 พันล้าน ซึ่งถือเป็นการพลิกกลับจากที่ก่อนหน้าไหลออกต่อเนื่อง 4 เดือน จากนั้นในเดือน เม.ย. 2569 ยิ่งโดดเด่นกว่าเดิม เมื่อ Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ทำสถิติเงินไหลเข้าสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ $2.44 พันล้าน

ฝั่งทองคำกลับเป็นภาพตรงกันข้าม นักลงทุนในอเมริกาเหนือดึงเงินออกจาก ETF ทองคำสูงถึง $1.3 หมื่นล้าน (ราว 85 ตัน) ในเดือน มี.ค. 2569 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดและทำให้กระแสเงินไหลเข้ากองทุนทองคำในภูมิภาคนี้ที่ต่อเนื่องมา 9 เดือนต้องสะดุดหยุดชะงักลง อย่างไรก็ตาม ควรระบุด้วยว่ากองทุนทองคำในยุโรปยังคงได้รับเงินไหลเข้า ส่งผลให้ภาพรวมระดับโลกในเดือน เม.ย. พลิกกลับมาบวก $6.6 พันล้าน แต่ JPMorgan มองว่าในบริบทของตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก Bitcoin ยังคงได้เปรียบทองคำอย่างชัดเจน

สถาบันใหญ่เพิ่มสถานะ Bitcoin ตัวชี้วัดพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่

JPMorgan ยังระบุว่าตัวชี้วัดสำหรับวัดการเข้าถึง Bitcoin ของสถาบัน ทั้ง Bitcoin futures บนตลาด CME และ perpetual futures ในตลาดนอกกระดาน ต่างแตะระดับสูงสุดใหม่ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนรายใหญ่กำลังเพิ่มสัดส่วน Bitcoin ในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง รายงานยังประเมินว่า Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ของ Michael Saylor อาจซื้อ Bitcoin ได้ราว $3 หมื่นล้านตลอดปี 2569 หากรักษาจังหวะการสะสมในปัจจุบันไว้ได้ ซึ่งจะสูงกว่ามูลค่าที่ซื้อในปี 2567 และ 2568 ที่ราว $2.2 หมื่นล้านต่อปี โดย ณ วันที่ 7 พ.ค. 2569 Strategy ถือครอง Bitcoin เพิ่มมาแล้ว 145,834 BTC มูลค่าราว $1.1 หมื่นล้านในปีนี้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า JPMorgan เพิ่มการถือครองคริปโตผ่าน ETF ทะลุ 30% ในปีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารรายนี้ไม่ได้เพียงวิเคราะห์ตลาดคริปโตจากข้างนอก แต่กำลังเข้าไปมีส่วนร่วมในตลาดนี้อย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีรายงานล่าสุดว่า BlackRock, JPMorgan และ Morgan Stanley กำลังเปิดรับสมัครงานด้านคริปโตหลักสิบตำแหน่ง สะท้อนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้อย่างจริงจัง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า รายงานของ JPMorgan รอบนี้มีน้ำหนักกว่าที่เคยออกมา เพราะมันไม่ใช่แค่ความเห็น แต่อ้างอิงตัวเลขการไหลของเงินจริงๆ ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มสถาบันกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่พูด อย่างไรก็ตาม ต้องระวังอยู่บ้าง เพราะกองทุนทองคำในยุโรปยังไหลเข้าอยู่ ดังนั้นภาพใหญ่ระดับโลกอาจไม่ได้ชัดเจนเท่ากับฝั่งอเมริกาเหนือ สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือตัวเลข Bitcoin ETF ในเดือน พ.ค. 2569 นี้ว่าจะต่อเนื่องหรือชะลอตัวลง ถ้ายังไหลเข้าแข็งแกร่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 นั่นจะยิ่งยืนยันเทรนด์นี้ชัดเจนขึ้นมาก

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI