bitkub-banner

Bitcoin ดีดตัวแตะ $80,626 ฟื้นจากจุดต่ำสุดกว่า 28%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ดีดตัวขึ้น 1.03% แตะ $80,626 ในวันที่ 9 พ.ค. 2569 โดยราคาแกว่งตัวในกรอบ $79,774 ถึง $80,604 ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ตลาดคริปโตเผชิญบรรยากาศฟื้นตัวหลัง BTC ทำจุดต่ำสุดใกล้ $62,800 ในต้นเดือน มี.ค. 2569 ก่อนดีดกลับขึ้นมาราว 28% มูลค่าตลาดรวมปัจจุบันอยู่ที่ 1.61 ล้านล้านดอลลาร์
  • แนวต้านสำคัญที่ $82,500 และ $85,000 ยังคงเป็นด่านที่ตลาดต้องจับตา ก่อนจะพูดถึงการกลับตัวเชิงโครงสร้างได้อย่างจริงจัง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การดีดตัวขึ้นในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่เริ่มก่อตัวตั้งแต่กลาง มี.ค. 2569 และยังได้รับแรงหนุนจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่เริ่มผ่อนคลายลง แม้ภาพใหญ่ยังต้องการการยืนยันเพิ่มเติมก็ตาม

ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้น 1.03% แตะ $80,626 ในวันที่ 9 พ.ค. 2569 เขียนบทใหม่ของการฟื้นตัวที่ค่อย ๆ สะสมแรงมานานกว่าสองเดือน หลังจากที่ตลาดเคยจมลึกใกล้ $62,800 เมื่อต้นเดือน มี.ค. ราคาในวันนี้แกว่งตัวระหว่าง $79,774 ถึง $80,604 โดยมีปริมาณซื้อขายรวม 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 2.28 หมื่นล้านดอลลาร์ และมูลค่าตลาดรวมยืนอยู่ที่ 1.61 ล้านล้านดอลลาร์

BTC 4H price chart

เส้นทางที่นำมาถึงวันนี้

ถ้าจะเล่าเรื่องนี้ให้ครบ ต้องย้อนไปถึงกลาง ก.ค. 2568 ตอนที่ Bitcoin ยืนอยู่บนจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ $124,000 ก่อนที่แรงขายจะเริ่มโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สร้างชุดของ “จุดสูงที่ต่ำลงเรื่อย ๆ และจุดต่ำที่ต่ำลงเรื่อย ๆ” ซึ่งนักวิเคราะห์เทคนิคมองว่าเป็นโครงสร้างขาลงที่ชัดเจน ตลอดระยะเวลากว่าสิบเดือน ราคาสูญเสียมูลค่าไปกว่า 35% จากจุดสูงสุดจนมาแตะ $62,800 ในต้นเดือน มี.ค. 2569

แต่แล้วเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 บางอย่างก็เปลี่ยนไป ราคาเริ่มฟื้นตัวจากบริเวณ $62,800 ถึง $66,000 และค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งวันที่ 14 เม.ย. ราคาพุ่งทะลุฐานสะสมในกรอบ $66,000 ถึง $73,000 อย่างเด็ดขาด นับจากนั้น BTC ก็ขึ้นมาแตะ $81,425 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ก่อนจะปรับตัวลงมาพักตัวในแถว $79,800 ถึง $80,400 และวันนี้กลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

แรงหนุนที่อยู่เบื้องหลังการดีดตัว

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดคริปโตได้รับแรงหนุนจากหลายทิศทาง บรรยากาศมหภาคเริ่มผ่อนคลายลงหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยในลักษณะที่ตลาดรับรู้ว่าไม่ได้ตึงตัวมากอย่างที่เคยกลัว ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเริ่มส่งสัญญาณในเชิงที่ดีขึ้น ทำให้ความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมลดน้อยลง

ด้านกระแสเงินทุนใน ETF Bitcoin แบบ Spot ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่คอยค้ำจุนตลาด แม้ช่วงปลาย เม.ย. จะมีการไหลออกบ้าง แต่โดยรวมกระแสเงินทุนยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวก ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังไม่ได้ถอยออกจากสินทรัพย์ประเภทนี้ บวกกับภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่แม้จะยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่ก็ยังไม่ได้ส่งสัญญาณวิกฤตชัดเจน ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงยังมีพื้นที่ฟื้นตัวได้

บทต่อไปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

การที่ราคายืนอยู่เหนือ $79,500 และมีการสร้างจุดต่ำที่สูงขึ้นบนกราฟ 4 ชั่วโมงนั้นเป็นภาพที่นักวิเคราะห์เทคนิคมองว่าสัญญาณระยะสั้นยังเป็นบวก แต่ประเด็นสำคัญที่ทุกคนในตลาดกำลังถามกันอยู่คือ Bitcoin จะสามารถทะลุกลุ่มแนวต้านที่ $82,500 และ $85,000 ได้หรือไม่ เพราะสองระดับนี้คือด่านที่จะบอกว่าการฟื้นตัวครั้งนี้มีน้ำหนักเพียงพอที่จะเรียกว่า “การกลับตัวเชิงโครงสร้าง” หรือยังเป็นแค่การดีดกลับในขาลงระยะยาว

ในทางกลับกัน หากแรงซื้อเริ่มอ่อนแรงและราคาย่อตัว นักลงทุนก็ต้องจับตาดูว่าราคาจะสามารถรักษาระดับพักตัวได้ดีเพียงใด เพราะโครงสร้างขาลงจากจุดสูงสุด $124,000 ยังคงมีอยู่จนกว่า BTC จะพิสูจน์ตัวเองด้วยการทะลุกลุ่ม $90,000 ถึง $95,000 ได้อย่างมั่นคง ตลาดในช่วงนี้จึงอยู่ในสภาพ “รอพิสูจน์” มากกว่าจะเป็น “ยืนยันแล้ว”


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองการดีดตัวของ Bitcoin ในช่วงนี้เหมือนนักวิ่งที่กำลังไต่เขา เขาวิ่งได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยอดเขาที่แท้จริงยังอยู่ข้างหน้าอีกไกล การฟื้นตัวจาก $62,800 มาถึง $80,626 หรือประมาณ 28% ในสองเดือนนั้นน่าประทับใจ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าราคายังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมกว่า 35%

สิ่งที่ผมให้ความสนใจมากในช่วงนี้คือว่าราคาจะรับมือกับกลุ่มแนวต้าน $82,500 ถึง $85,000 อย่างไร ถ้าตลาดสามารถย่อพักเล็กน้อยแล้วดีดผ่านโซนนั้นได้ด้วยปริมาณซื้อขายที่หนาแน่น นั่นจะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากทีเดียว แต่ถ้าราคาเริ่มสร้างจุดสูงที่ต่ำลงในบริเวณนั้น ก็ต้องระวังว่าอาจเป็นแค่รอบดีดกลับในขาลง ผมว่าช่วงสัปดาห์หน้าจะน่าจับตามากกว่านี้ครับ

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI