bitkub-banner

Circle ระดมทุน $222 ล้าน ขาย Arc Token ล่วงหน้า BlackRock ร่วมหนุน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Circle ผู้ออก Stablecoin USDC ประกาศระดมทุนได้ $222 ล้านจากการขาย Arc Token ล่วงหน้า ทำให้เครือข่าย Arc มีมูลค่าที่ประเมินเต็มอยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์
  • นักลงทุนชั้นนำที่เข้าร่วม ได้แก่ a16z crypto (นำทีมด้วยเงิน $75 ล้าน), BlackRock, Apollo, ARK Invest, Standard Chartered Ventures, Janus Henderson รวมถึงบริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์ NYSE คือ ICE
  • Arc คือบล็อกเชน Layer-1 แบบเปิดที่ Circle พัฒนาขึ้นสำหรับสถาบันการเงินและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยวางแผนเปิดตัว mainnet ภายในปี 2569

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ BlackRock และสถาบันการเงินระดับโลกจำนวนมากเข้าร่วมลงทุนในระบบนิเวศของ Circle ถือเป็นสัญญาณยืนยันที่แข็งแกร่งว่าสถาบันการเงินกระแสหลักยังคงเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานคริปโต การเปิดตัวบล็อกเชนใหม่โดยผู้ออก USDC ยังเพิ่มแรงหนุนให้ตลาด Stablecoin และ DeFi โดยรวมด้วย

Circle Internet Group บริษัทผู้ออก Stablecoin USDC ได้ประกาศเสร็จสิ้นการขาย Arc Token ล่วงหน้า (presale) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยระดมทุนได้รวม $222 ล้าน ทำให้เครือข่าย Arc มีมูลค่าที่ประเมินเต็ม (fully diluted network valuation) อยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานจาก Cointelegraph และ Coin Bureau การประกาศนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของ Circle โดยมีนักลงทุนสถาบันชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วมสนับสนุน

ใครบ้างที่ลงทุนในรอบนี้

การระดมทุนครั้งนี้มีสถาบันการเงินและกองทุนระดับโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดย a16z crypto เป็นผู้นำทีมลงทุนด้วยเงินสูงสุดถึง $75 ล้าน นอกจากนี้ยังมี BlackRock, Apollo Funds, ARK Invest, Bullish, General Catalyst, Haun Ventures รวมถึง Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์ NYSE, IDG Capital, Janus Henderson Investors, Marshall Wace, SBI Group และ Standard Chartered Ventures

ที่น่าสังเกตคือ BlackRock ไม่ใช่หน้าใหม่ในโลก Circle เนื่องจากบริษัทเคยเข้าร่วมรอบระดมทุนของ Circle เมื่อเดือนเมษายน 2565 และยังดูแลจัดการส่วนหนึ่งของเงินสำรอง USDC ผ่าน Circle Reserve Fund มาตั้งแต่ปลายปี 2565 ด้วย ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสองบริษัทนี้จึงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลึกกว่าการลงทุนทั่วไป

Arc คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ

Arc คือบล็อกเชน Layer-1 แบบเปิดที่ Circle พัฒนาขึ้น ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของสถาบันการเงินและนักพัฒนาสำหรับการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจบนเชน โดยเฉพาะกิจกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดย Circle ได้เปิดตัว public testnet ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 และมีแผนเปิดตัว mainnet ภายในปี 2569

พร้อมกับการประกาศระดมทุน Circle ยังได้เผยแพร่เอกสาร Whitepaper สำหรับโทเคน Arc ซึ่งอธิบายถึงบทบาทของโทเคนในฐานะ “สินทรัพย์ประสานงานหลัก” (native coordination asset) ที่สนับสนุนธรรมาภิบาล ความปลอดภัย และการดำเนินงานของเครือข่าย Arc ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจให้ชัดว่ามูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ที่อ้างถึงคือมูลค่าของ **เครือข่าย Arc** ไม่ใช่มูลค่าของบริษัท Circle ทั้งหมด เนื่องจาก Circle ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NYSE ไปแล้วด้วยมูลค่าบริษัทสูงถึง 8.1 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568

นัยสำคัญต่อตลาดคริปโตและ USDC

การที่ Circle ซึ่งเป็นผู้ออก Stablecoin USDC รายใหญ่ที่สุดของโลก ขยายขอบเขตสู่การพัฒนาบล็อกเชนเป็นของตัวเอง ถือเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่าบริษัทไม่ได้ต้องการเป็นแค่ผู้ออก Stablecoin อีกต่อไป แต่ต้องการสร้าง “ระบบปฏิบัติการทางเศรษฐกิจ” ใหม่สำหรับอินเทอร์เน็ต การได้รับการสนับสนุนจากกองทุนระดับโลกกว่า 13 ราย พร้อมเงินทุน $222 ล้านในรอบ presale เพียงรอบเดียว บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดที่แข็งแกร่งมาก

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Circle Ventures ซื้อโทเคน AAVE หนุน DeFi หลังเหตุ Kelp DAO ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Circle กำลังเดินหน้าขยายการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศ DeFi อย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัว Arc ครั้งนี้คือก้าวที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่การออก USDC


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการระดมทุนครั้งนี้น่าประทับใจมาก ไม่ใช่แค่ตัวเงิน $222 ล้าน แต่เป็นเรื่องของ “ใครบ้างที่เข้ามา” การที่ BlackRock, Standard Chartered, NYSE (ผ่าน ICE) และ ARK Invest มาอยู่ในรายชื่อนักลงทุนรอบเดียวกัน บอกอะไรได้เยอะมากเกี่ยวกับทิศทางของตลาดสถาบัน สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อจากนี้คือวันเปิดตัว mainnet ของ Arc จะเป็นไปตามกำหนดภายในปีนี้หรือเปล่า และโทเคน Arc จะได้รับการ list บนกระดานเทรดใหญ่ได้เร็วแค่ไหน เพราะนั่นคือสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าตลาดให้ราคาโปรเจกต์นี้สูงกว่า 3 พันล้านดอลลาร์หรือไม่

ที่มา: @Cointelegraph, @coinbureau

เครดิตภาพจาก @MartiniGuyYT