สรุปข่าว
- Donald Trump เผยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังอยู่ในสภาวะที่เปราะบางอย่างมากหลังจากที่เขาออกมาปฏิเสธข้อเสนอ 14 ข้อจากทางฝั่งอิหร่าน
- อิหร่านยื่นคำขาดให้ยุติสงครามทุกแนวรบและจ่ายค่าชดเชยพร้อมยืนยันความพร้อมของกองทัพในการตอบโต้การรุกรานในขณะที่ Trump โจมตีว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นแค่ขยะ
- ความตึงเครียดยังคงพุ่งสูงขึ้นจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งกระทบต่อราคาน้ำมันโลกโดยตรงในขณะที่สหรัฐฯ ก็ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อกดดันอย่างหนัก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เสี่ยงจะทวีความรุนแรงขึ้นรวมถึงผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงอาจกดดันภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคและทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ดำเนินมานานนับเดือนกำลังอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่หนักและใกล้จะล่มสลายเต็มที
เขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่ Oval Office เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าแม้ข้อตกลงหยุดยิงจะยังมีผลบังคับใช้แต่มันก็เปราะบางอย่างเหลือเชื่อ
หลังจากคำให้สัมภาษณ์ของ Trump ทางด้าน Mohammad Ghalibaf ประธานรัฐสภาของอิหร่านได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่ากองทัพอิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้และสั่งสอนบทเรียนให้กับทุกการรุกรานที่อาจเกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้อิหร่านได้ส่งข้อเสนอเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบ Hormuz กลับคืนมาให้ทางสหรัฐฯ พิจารณาเมื่อวันอาทิตย์ แต่ Trump กลับปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวพร้อมวิจารณ์ว่ามันเป็นสิ่งที่รับไม่ได้โดยสิ้นเชิงและเป็นเพียงแค่ขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น
หลังจากการแสดงท่าทีของ Trump ทาง Esmail Baghaei โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านก็ออกมาระบุว่าข้อเสนอของทางรัฐบาลเตหะรานนั้นมีความรับผิดชอบและใจกว้างมากแล้ว
Mohammad Ghalibaf ยังได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมบน X ว่าสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับสิทธิของชาวอิหร่านตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอทั้ง 14 ข้อ โดยเขาย้ำว่ายิ่งสหรัฐฯ ยื้อเวลาออกไปนานเท่าไหร่ ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันก็จะต้องรับภาระจ่ายแพงขึ้นเท่านั้น
สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่าข้อเสนอของรัฐบาลเตหะรานครอบคลุมถึงการเรียกร้องให้ยุติสงครามในทุกแนวรบ ซึ่งหมายรวมถึงการหยุดโจมตีกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน การยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ และการรับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านอีกในอนาคต นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าข้อเสนอดังกล่าวยังรวมถึงการเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายจากสงครามและการเน้นย้ำถึงอำนาจอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบ Hormuz อีกด้วย
Trump ได้ออกมาวิจารณ์ข้อเสนอนี้ผ่าน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาเพิ่งได้อ่านข้อเสนอจากตัวแทนของอิหร่านและเขาไม่ชอบมันเลยเพราะมันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ซึ่ง Baghaei ก็สวนกลับว่าอิหร่านจะดำเนินการทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
ในช่วงหลังของการให้สัมภาษณ์ที่ Oval Office ทาง Trump ได้พูดถึงสถานการณ์หยุดยิงระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนเมษายนแม้จะมีการปะทะกันบ้างประปราย โดยเขาเปรียบเปรยว่าข้อตกลงนี้เหมือนคนไข้ที่ต้องใช้เครื่องพยุงชีพขั้นสุดและหมอก็เดินมาบอกว่าคนรักของคุณมีโอกาสรอดชีวิตแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังโจมตีผู้นำอิหร่านว่าเป็นคนที่ไร้เกียรติอย่างมาก โดยอ้างว่าเขาเคยต้องเจรจาด้วยสี่ถึงห้าครั้งและพวกเขาก็มักจะเปลี่ยนใจตลอดเวลา พร้อมย้ำว่าข้อเสนอที่ส่งมานั้นเป็นแค่ขยะที่เขาอ่านไม่จบด้วยซ้ำ
Trump ยังกล่าวหาอิหร่านว่าผิดคำพูดในข้อตกลงที่จะยอมให้สหรัฐฯ เข้าไปขนย้ายยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะออกไป พร้อมยืนกรานว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด ในขณะที่สำนักข่าว Tasnim อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทีมเจรจาว่าข้อเสนอของอิหร่านไม่เคยมีเรื่องการยอมให้นำวัสดุนิวเคลียร์ออกไปจากประเทศเลย
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ Trump เพิ่งจะออกมาย้ำว่าสงครามในอิหร่านจะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ทางด้าน Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกลับมองต่างออกไป โดยเขาให้สัมภาษณ์ในรายการ 60 Minutes ของช่อง CBS ว่าคลังยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องถูกจัดการให้สิ้นซากก่อนถึงจะถือว่าสงครามจบลงได้ เพราะยังมีโรงงานเสริมสมรรถนะอีกหลายแห่งที่ต้องถูกรื้อถอน
สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า บันทึกข้อเสนอความยาวหนึ่งหน้าจำนวน 14 ข้อของสหรัฐฯ นั้นครอบคลุมถึงเงื่อนไขการระงับการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการเปิดให้สัญจรผ่านช่องแคบ Hormuz ได้อย่างเสรี โดยแหล่งข่าวระบุว่าเงื่อนไขหลายข้อในบันทึกนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้วเท่านั้น
ปัจจุบันอิหร่านยังคงปิดกั้นช่องแคบ Hormuz ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากปกติแล้วจะมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกราว 20% ที่ต้องถูกขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ ในขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อกดดันให้รัฐบาลเตหะรานยอมรับเงื่อนไข ซึ่งเป็นท่าทีที่สร้างความไม่พอใจให้กับอิหร่านอย่างมาก โดยความขัดแย้งรอบนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากกองกำลังอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนที่ผ่านมา
ที่มา BBC
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์รอบนี้มีความเปราะบางและสุ่มเสี่ยงที่จะบานปลายได้ทุกเมื่อครับ การปะทะคารมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความไม่ลงรอยกันในเงื่อนไขการหยุดยิง เป็นตัวเร่งให้ความขัดแย้งอาจกลับมาปะทุอีกครั้ง ที่น่ากังวลที่สุดคือการปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะกลับมากดดันอัตราเงินเฟ้อและอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าเดิม ซึ่งผลกระทบนี้จะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นและ Crypto อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนรับมือความผันผวนของพอร์ตการลงทุนไว้ล่วงหน้าเลยครับ

