สรุปข่าว
- สัดส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบศตวรรษนี้ โดยตัวเลขจาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่าสัดส่วนร่วงจากประมาณ 60% ช่วงปี 2000 เหลือเพียงราว 40% ในปี 2025
- แนวโน้มลดการพึ่งพาดอลลาร์ (de-dollarization) เร่งตัวขึ้นชัดเจนนับตั้งแต่ปี 2015 สถาบันการเงินและธนาคารกลางทั่วโลกต่างปรับลดสัดส่วนดอลลาร์ในพอร์ตสำรองอย่างต่อเนื่อง
- นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์สำรองโลกอาจเปิดโอกาสให้สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและคริปโตได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระยะยาว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การลดลงของสัดส่วนดอลลาร์ในทุนสำรองโลกเป็นสัญญาณโครงสร้างระยะยาวที่อาจเป็นบวกต่อสินทรัพย์ทางเลือก แต่ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโตในระยะสั้น กระบวนการ de-dollarization เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และตลาดยังรอปัจจัยกระตุ้นที่เป็นรูปธรรมกว่านี้
ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 สัดส่วนของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบศตวรรษนี้ โดยข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence เผยให้เห็นว่าสัดส่วนดังกล่าวลดลงต่อเนื่องจากราว 60-63% ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 จนเหลือเพียงประมาณ 40% ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินและธนาคารกลางทั่วโลกกำลังลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์อย่างเป็นระบบ แนวโน้มนี้เร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ปี 2015 โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนดอลลาร์ในทุนสำรองโลกหายไปเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์พอยต์
10 ปีแห่งการร่วงของดอลลาร์ในทุนสำรองโลก
ข้อมูล Bloomberg Intelligence แสดงให้เห็นภาพที่น่าสนใจอย่างมาก ในช่วงปี 2000 ถึง 2015 สัดส่วนดอลลาร์ในทุนสำรองโลกแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 52-63% โดยแตะจุดสูงสุดที่ราว 62-63% ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 และแกว่งขึ้นลงหลายครั้งก่อนจะทรงตัวใกล้ 59% ในปี 2015 อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเส้นกราฟเริ่มลาดลงอย่างต่อเนื่องและชัดเจน จากประมาณ 59% ในปี 2015 ลงมาที่ราว 55% ในปี 2020 จากนั้นดิ่งลงรวดเร็วสู่ 50% ในปี 2022 และร่วงต่อมาที่ 42-43% ในปี 2024 ก่อนจะแตะระดับประมาณ 40% ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในศตวรรษนี้
การลดลงที่รวดเร็วในช่วง 2022-2025 บางส่วนเชื่อมโยงกับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก ซึ่งทำให้หลายประเทศโดยเฉพาะในเอเชียและตะวันออกกลางตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในการถือสินทรัพย์ที่อิงกับดอลลาร์ ประเทศต่าง ๆ จึงเริ่มกระจายสำรองไปยังสกุลเงินอื่น รวมถึงทองคำ ซึ่งธนาคารกลางทั่วโลกซื้อสะสมในปริมาณสูงสุดในรอบหลายทศวรรษช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
De-dollarization กับผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ทางเลือก
การที่ดอลลาร์สูญเสียสัดส่วนในทุนสำรองโลกอย่างต่อเนื่องถือเป็นสัญญาณโครงสร้างสำคัญที่นักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ทางเลือกจับตามอง หากสถาบันการเงินและธนาคารกลางลดการถือดอลลาร์ พวกเขาจำเป็นต้องหาสินทรัพย์ทดแทน ซึ่งที่ผ่านมาทองคำได้รับประโยชน์จากแนวโน้มนี้มากที่สุด ขณะที่บางส่วนในวงการคริปโตมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ที่มีอุปทานจำกัดอาจเป็นตัวเลือกที่ได้รับความสนใจในระยะยาวด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่ากระบวนการ de-dollarization เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ในช่วงหลายปีหรือหลายทศวรรษ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งในระยะสั้นทันที สอดคล้องกับที่ Siam Blockchain ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า มหาเศรษฐีนักลงทุน Ray Dalio ชี้ Bitcoin ล้มเหลวในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้แนวโน้มมหภาคจะเป็นบวก แต่ตลาดยังแบ่งมุมมองกันอยู่ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีบทบาทแทนที่ดอลลาร์ได้จริงหรือไม่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้น่าตื่นเต้นในเชิงโครงสร้างมาก การที่ดอลลาร์หายไปจากทุนสำรองโลกเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์พอยต์ในเวลาแค่ 10 ปี เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย แต่ต้องระวังอย่าด่วนสรุปว่านี่คือสัญญาณว่า Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลจะขึ้นพรุ่งนี้ เพราะสถาบันการเงินที่ลดดอลลาร์ส่วนใหญ่ยังไปทองคำและสกุลเงินอื่นก่อน ไม่ใช่คริปโต สิ่งที่น่าจับตาคือว่าแนวโน้มนี้จะเร่งตัวขึ้นอีกหรือไม่ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และในที่สุดจะมีทุนไหลมาสู่สินทรัพย์ดิจิทัลบ้างหรือเปล่า
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @arcana396

