bitkub-banner

Fidelity หนุน CLARITY Act ชี้สร้างความชัดเจนให้ตลาดคริปโตสหรัฐฯ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Fidelity Investments แสดงจุดยืนสนับสนุน CLARITY Act โดยระบุว่าเป็น “แนวทางที่สมดุล” ซึ่งจะสร้างความชัดเจนทางกฎหมายให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ
  • คณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ เพิ่งเผยแพร่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับเต็ม 309 หน้า เมื่อต้นสัปดาห์ โดยมีการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายกำหนดในวันที่ 14 พ.ค. 2569
  • แม้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรการเงินใหญ่ แต่ร่างกฎหมายยังต้องผ่านอุปสรรคหลายด่านในวุฒิสภา รวมถึงการโหวต 60 เสียง และการปรับแก้ประเด็นขัดแย้งเรื่อง Stablecoin

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ Fidelity ซึ่งเป็นบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ออกมาหนุนกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ส่งสัญญาณบวกต่อตลาดในแง่ความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินกระแสหลัก หากร่างกฎหมายผ่านวุฒิสภาได้จริง จะเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าตลาดคริปโตได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนสูงในกระบวนการนิติบัญญัติ จึงยังไม่ส่งผลต่อราคาทันที

ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 บัญชี Fidelity Public Policy ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุน CLARITY Act หรือชื่อเต็มว่า Digital Asset Market Clarity Act โดยระบุว่า Fidelity ชื่นชมคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาที่เดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ พร้อมกับมองว่าเป็น “แนวทางที่สมดุล” ที่จะสร้างความชัดเจนทางกฎหมายให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนชาวอเมริกัน และช่วยให้สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นำระดับโลกด้านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมียอดวิวกว่า 81,500 ครั้ง และมีผู้กดถูกใจกว่า 2,100 ครั้ง สะท้อนความสนใจอย่างสูงจากชุมชนการเงินและคริปโต

CLARITY Act คืออะไร และอยู่ที่ไหนในกระบวนการนิติบัญญัติ

ร่างกฎหมาย CLARITY Act ถูกเสนอครั้งแรกโดย French Hill ประธานคณะกรรมาธิการบริการการเงินของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 และผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เสียง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 จากนั้นถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภา ล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์นี้ คณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาได้เผยแพร่ร่างกฎหมายฉบับเต็มความยาว 309 หน้า โดยมีการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายกำหนดในวันที่ 14 พ.ค. 2569 นี้

สาระสำคัญของร่างกฎหมายคือการแบ่งขอบเขตอำนาจกำกับดูแลระหว่างก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ซึ่งจะดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเป็นหลักทรัพย์ และสำนักงานกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ซึ่งจะดูแลสินทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้บริษัทคริปโตระดมทุนได้สูงสุด 50 ล้านดอลลาร์ต่อปี และไม่เกิน 200 ล้านดอลลาร์โดยรวม โดยไม่ต้องจดทะเบียนกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ Patrick Witt ผู้อำนวยการบริหารของสภาที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของทำเนียบขาว ยังระบุที่งาน Consensus Miami เมื่อสัปดาห์นี้ว่าเชื่อว่าประธานาธิบดี Donald Trump อาจลงนามกฎหมายฉบับนี้ได้ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569

อุปสรรคที่ยังรออยู่ก่อนกฎหมายจะผ่านจริง

แม้จะได้รับการสนับสนุนจาก Fidelity และองค์กรการเงินหลายแห่ง รวมถึงการสนับสนุนจาก Scott Bessent รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ออกมาเรียกร้องให้วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายนี้โดยเร็ว แต่ CLARITY Act ยังต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญหลายประการ ได้แก่ การต้องได้คะแนนเสียงถึง 60 เสียงในวุฒิสภา การปรับให้สอดคล้องกับร่างอีกฉบับของคณะกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภา รวมถึงประเด็นขัดแย้งเรื่องผลตอบแทนของ Stablecoin ที่ฝ่ายธนาคารต่อต้านอย่างหนัก โดยกังวลว่าจะทำให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารที่ถูกกำกับดูแล นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่หากวุฒิสภาไม่เร่งดำเนินการก่อนที่การหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอมจะเข้มข้นขึ้น กฎหมายอาจสูญเสียโมเมนตัมและล่าช้าออกไปได้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Kevin O’Leary เชื่อ CLARITY Act จะได้ไฟเขียวสภาฯ พร้อมส่ง Bitcoin ทะยานสู่ $200,000 และ นักวิเคราะห์ฟันธงเหรียญคริปโตตัวนี้จะได้อานิสงส์จาก CLARITY Act สะท้อนให้เห็นว่าตลาดจับตาความคืบหน้าของกฎหมายฉบับนี้อย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Fidelity ออกมาพูดอย่างชัดเจนครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Fidelity ไม่ใช่แค่บริษัทการเงินทั่วไป แต่เป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ที่สุดในโลก การออกมาหนุนกฎหมายคริปโตอย่างเปิดเผยบอกได้ว่าสถาบันการเงินใหญ่พร้อมแล้วที่จะเข้ามาเล่นในตลาดนี้อย่างจริงจัง หากมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน สิ่งที่ต้องจับตาในระยะสั้นคือผลการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภาในวันที่ 14 พ.ค. ว่าจะมีการแก้ไขประเด็นใดบ้าง โดยเฉพาะเรื่อง Stablecoin ที่ยังเป็นจุดเสี่ยงหลักของร่างกฎหมายฉบับนี้

ที่มา: @CoinDesk

เครดิตภาพจาก @Bitcoinblacck