bitkub-banner

นักวิเคราะห์ฟันธงเหรียญคริปโตตัวนี้จะได้อานิสงส์จาก CLARITY Act  

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับล่าสุดมีการเพิ่มหมวดหมู่ Network Token ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านิยามนี้สอดคล้องกับโครงสร้างของ XRP โดยตรง
  • มาตรา 105 ของร่างกฎหมาย ระบุเงื่อนไขสำคัญว่าหากสินทรัพย์ใดที่ศาลเคยตัดสินไปแล้วว่าไม่ใช่หลักทรัพย์ จะไม่สามารถกลับมาถูกนิยามเป็นหลักทรัพย์ได้อีก
  • ขณะที่มาตรา 401 ให้อำนาจสถาบันการเงินและธนาคารในการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการรับฝาก, การหักบัญชี อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ XRP ถูกออกแบบมา

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

การเปิดเผยรายละเอียดร่างกฎหมาย CLARITY Act จำนวน 309 หน้า กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้นักลงทุน XRP มีความหวังอีกครั้ง เมื่อเนื้อหาภายในโดยเฉพาะการนิยาม Network Token และมาตรา 105 ดูเหมือนจะถูกเขียนขึ้นเพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของ XRP ให้พ้นจากการเป็นหลักทรัพย์อย่างถาวร นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวยังเปิดทางให้ธนาคารสามารถเข้าถึงการใช้คริปโตในการชำระเงินข้ามพรมแดนได้โดยตรง ซึ่งตรงกับจุดประสงค์การใช้งานหลักของ XRP Ledger 

ตอนนี้คงไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงไปกว่า CLARITY Act ที่กำลังปรับแก้กันจนถึงวินาทีสุดท้ายอีกแล้ว โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาฉบับร่างจำนวน 309 หน้ากระดาษได้มีการเผยแพร่ออกมา ซึ่งนักวิเคราะห์ก็เห็นภาพแล้วว่าเหรียญตัวไหนจะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายนี้

อ้างอิงข้อมูลจากนักวิเคราะห์ Bull Winkle เปิดเผยว่า สำนวนหลายอย่างในร่างกฎหมายล้วนส่งสัญญาณเป็นใจให้กับ XRP โปรเจกต์คริปโตที่มีผู้ศรัทธาอย่างเหนียวแน่น

เนื้อหาช่วงหน้าแรกๆ ของร่างกฎหมาย มีการกล่าวถึงการสร้างหมวดหมู่การกำกับดูแลแบบใหม่ที่เรียกว่า Network Token จากการตีความของเขา ร่างกฎหมายนี้ได้นิยาม Network Token ว่า เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเชื่อมโยงกับระบบสมุดบัญชีแบบกระจายตัวซึ่งมูลค่าของมันเกิดจากการใช้งานภายในเครือข่าย มากกว่าที่จะเกิดจากผลกำไรของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

Winkle ชี้ให้เห็นว่า ข้อกฎหมายดังกล่าวสอดคล้องกับ  XRP ได้อย่างพอดิบพอดี โดยตั้งข้อสังเกตว่า มูลค่าของเหรียญผูกติดอยู่กับกิจกรรมบนเครือข่าย XRP Ledger (XRPL) โดยเฉพาะในด้านการชำระเงิน, การชำระดุล และอรรถประโยชน์ในการใช้งาน แทนที่จะขึ้นอยู่กับผลกำไรของบริษัท Ripple

Bull Winkle ยังเน้นย้ำอีกว่า ตามมุมมองนี้ เครือข่าย XRP Ledger จะยังคงดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าบริษัท Ripple จะดำรงอยู่หรือไม่ก็ตาม และนิยามของ Network Token นั้นดูเหมือนจะถูกเขียนขึ้นมาเพื่อรองรับสินทรัพย์ที่มีโครงสร้างในลักษณะนี้โดยเฉพาะ

Winkle กล่าวต่อไปว่า ในมาตรา 105 ซึ่งอยู่ในหน้า 110-112 ได้มีการเผยให้เห็นเกราะป้องกันทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับ XRP โดยหากศาลเคยตัดสินแล้วว่า XRP ไม่ใช่หลักทรัพย์ก่อนที่กฎหมายจะถูกบังคับใช้ ร่างกฎหมายนี้จะทำให้ไม่สามารถกลับมาเรียก XRP ว่าเป็นหลักทรัพย์ได้อีกในภายหลัง

โพสต์ของ Winkle ยังได้อ้างถึง มาตรา 401 ซึ่งอยู่ในหน้า 195 ถึง 204 โดยเขาอธิบายว่ามันคือ บทบัญญัติที่ให้อำนาจอย่างชัดเจนแก่ธนาคารและสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงบริษัทในเครือ ในการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการชำระเงิน, การรับฝากดูแล, การหักบัญชี และการชำระดุล 

ในมุมมองของเขา นี่ไม่ใช่แค่การออกใบอนุญาตทั่วไปแต่มันคือสะพานเชื่อมที่เปิดให้ภาคธนาคาร สามารถรุดหน้าต่อไปด้วยขีดความสามารถในการดำเนินงานแบบเดียวกับกลุ่มผู้สนับสนุน XRP 

อย่างไรก็ตามแม้ว่ากฎหมายดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ แต่เขายอมรับว่าการพัฒนาเหล่านี้อาจไม่เกิดขึ้นเพราะ CLARITY Act ยังไม่ผ่านและเนื้อหาภายในก็อาจมีการถูกปรับแก้ได้จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะมีคำตัดสินในวันที่ 14 พฤษภาคม

ที่มา : Newsbtc


มุมมองผู้เขียน : ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการตีความข้างต้นคือการที่ธนาคารได้รับอนุญาตให้ใช้คริปโตเพื่อการชำระดุลซึ่งนี่คือสิ่งที่ธนาคารต้องการมาตลอดแต่ติดเรื่องความชัดเจนทางกฎหมาย หมายความว่าถัดจากนี้ XRP จะไม่ได้แข่งขันในฐานะเหรียญเก็งกำไรอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะแข่งในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่อยากจะเทียบ