สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin ร่วงหลุด $80,000 หลังตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐฯ (PPI)พุ่งแรงเกินคาด สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่จบ
- ตลาดเริ่มตัดความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟดในปี 2026 และเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยแทน
- ตลาดคริปโตเผชิญแรงขายหนัก โดยมีการล้างพอร์ตมากกว่า 63 ล้านดอลลาร์ และ Open Interest ของ Bitcoin หายไปกว่า 1.25 พันล้านดอลลาร์ในเวลาอันรวดเร็ว
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin ร่วงหลุด $80,000 หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PPI ที่พุ่งสูงกว่าคาดอย่างมาก ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลว่า เฟดอาจยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ตลาดคริปโตเผชิญแรงขายทันที ขณะเดียวกัน ยอด Open Interest ในตลาดฟิวเจอร์ส Bitcoin ก็หายไปรวมกว่า 1.25 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่า นักเทรดจำนวนมากกำลังลดความเสี่ยงและปิดสถานะที่่ใช้เลเวอเรจ ทว่าข้อมูลจาก Coinbase และ Glassnode เริ่มชี้ว่า แรงซื้อจากตลาด Spot และนักลงทุนสถาบันบางส่วนเริ่มกลับเข้ามาสะสม BTC แถวโซน $80,000 อีกครั้ง แม้ภาพระยะสั้นยังเต็มไปด้วยความผันผวนก็ตาม
ราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวร่วงลงต่ำกว่าระดับ $80,000 ทันทีหลังจากเมื่อวานนี้ (13 พ.ค.) สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนเมษายนที่สูงกว่าคาดการณ์อย่างมาก โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ $78,700 ตามข้อมูลจาก TradingView
แรงกดดันนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากตัวเลข CPI ที่เพิ่งประกาศไปก่อนหน้าเพียงวันเดียว ส่งผลให้นักลงทุนสูญเสียความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดคริปโตเผชิญแรงเทขายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการล้างพอร์ตทะลุ 63 ล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่ชั่วโมง

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า Headline PPI หรือ “ดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป” รายปีพุ่งขึ้นแตะ 6.0% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.9% ขณะที่ Headline PPI รายเดือนเพิ่มขึ้นถึง 1.4% เทียบกับคาดการณ์เพียง 0.5%
ส่วน Core PPI หรือ “ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน” (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 1.0% แบบเดือนต่อเดือน ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 4 ปี โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อมูลเหล่านี้ชี้ชัดว่า ภาคธุรกิจอาจต้องส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ไปยังผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อ CPI ในอนาคตลดลงได้ยากยิ่งขึ้น

คริปโตสะเทือน! ยอด Open Interest หายกว่า 1,250 ล้านดอลฯ
ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PPI ประกาศออกมา นักเทรด Bitcoin ในตลาดฟิวเจอร์สก็ลดความเสี่ยงของพอร์ตลงอย่างรวดเร็ว
โดย Open Interest หรือ “มูลค่าสถานะค้างในตลาด Futures” ของ Bitcoin ในหลายกระดานเทรดหลักลดลงมากกว่า 1.25 พันล้านดอลลาร์ นำโดยกระดานเทรด Gate.io ลดลงประมาณ 578 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ Binance ลดลงประมาณ 473 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Bybit และ OKX ลดลงรวมกันเกือบ 200 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า นักเทรดจำนวนมากกำลังกดปิดโพสิชั่น ลดการใช้เลเวอเรจ หรือถูกบังคับล้างพอร์ต

ขณะเดียวกัน ข้อมูล Liquidations หรือ “การบังคับปิดโพสิชั่นอัตโนมัติ” ระบุว่า มีโพสิชั่นคริปโตที่ถูกล้างพอร์ตรวมกว่า 63 ล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่เป็นฝั่ง Long หรือกลุ่มที่เดิมพันว่าราคาจะขึ้นต่อ
แม้ตลาดผันผวน แต่แรงซื้อ Spot เริ่มกลับมา
แม้ภาพระยะสั้นยังดูเปราะบาง แต่ข้อมูลจาก Coinbase และ Glassnode เริ่มสะท้อนว่า แรงซื้อในตลาด Spot หรือ “ตลาดซื้อขายจริง” ยังไม่ได้หายไปทั้งหมด
ข้อมูลจาก Coinbase เผยว่า Spot Volume Delta หรือ “ผลต่างระหว่างแรงซื้อและแรงขายทันที” ในตลาด Spot กลับมาเป็นบวกในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หมายความว่า นักลงทุนสหรัฐฯ และนักลงทุนสถาบันบางส่วน เริ่มกลับเข้ามาสะสม Bitcoin แถวโซน $80,000 อีกครั้ง

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Hyperliquid ยังพบว่า Long Bias หรือ “สัดส่วนฝั่งที่มองว่าราคาจะขึ้น” ยังอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2025 สะท้อนว่า ตลาดบางส่วนยังเชื่อในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวของ Bitcoin
อย่างไรก็ตาม หากฝั่ง Long เข้าสะสม Bitcoin มากเกินไป ก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะหากราคาหลุดแนวรับสำคัญอาจเกิดแรงขายจากการถูกล้างพอร์ตและลากราคาให้ร่วงลงต่อ
มุมมองผู้เขียน: ตลาดคริปโตกำลังกลับเข้าสู่สภาวะที่ “ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ” ส่งผลต่อทิศทางราคา Bitcoin อย่างชัดเจนอีกครั้ง และตัวเลข PPI ล่าสุดก็สะท้อนให้เห็นว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังน่ากังวล ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ที่มา:coinpaper

