bitkub-banner

ไม่มีทุนก็รวยได้! สอบเข้ากองทุนคริปโตจ่ายแค่หลักพันแต่ได้จับพอร์ตหลักล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Crypto Prop Firm คือโมเดลธุรกิจใหม่ที่เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์จ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพื่อเข้าทดสอบฝีมือ หากทำกำไรได้ก็จะได้สิทธิ์ในการคุมพอร์ตเงินทุนใหญ่
  • เทรดเดอร์จะได้รับส่วนแบ่งกำไรสูงถึง 80-95% โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะเสียเงินส่วนตัว แต่ก็ต้องแลกมากับการปฏิบัติตามกฎที่เข้มงวดกว่าการเทรดเอง
  • แม้จะดูหอมหวาน แต่มีผู้สมัครเพียง 5-10% เท่านั้นที่สอบผ่าน และในกลุ่มนั้นมีเพียง 7% ที่สามารถทำกำไรและถอนเงินออกมาได้จริง

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ธุรกิจ Crypto Prop Firm ในปี 2026 ได้เปิดให้เทรดเดอร์ทุนน้อยให้สามารถเข้าควบคุมพอร์ตการลงทุนระดับล้านบาทผ่านการจ่ายค่าสอบเข้าเพียงหลักพัน อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเพราะมีเทรดเดอร์เพียง 7% เท่านั้นที่สามารถทำกำไรและถอนเงินได้จริงอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่มักทำพอร์ตระเบิดจากกฎ Drawdown และละเลยกฎย่อยที่ซ่อนอยู่ ทำให้สนามนี้เหมาะสมกับคนที่มีฝีมือและระเบียบวินัยอย่างแท้จริง

หากคุณมีฝีมือเทรดคริปโตระดับพระกาฬ แต่พอร์ตส่วนตัวดันมีเงินแค่ไม่กี่หมื่น จะช้อนทีกำไรแทบไม่ขยับ ดังนั้นมันจะดีกว่าไหมถ้ามีคนโยนเงิน 100,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.5 ล้านบาท มาให้คุณเทรดแล้วแบ่งกำไรกันโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องควักเนื้อ วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านมารู้จักกับการหาเงินผ่านทาง Crypto Prop Firm 

Crypto Prop Firm คืออะไร ?

Crypto Prop Firm คือ บริษัทที่จะให้ทุนเทรดเดอร์ด้วยเงินของบริษัทเอง หลังจากผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยเทรดเดอร์จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครหนึ่งครั้งและเทรดในบัญชีจำลองให้ถึงเป้าหมายกำไรโดยไม่ทำผิดกฎเรื่อง Drawdown 

จากนั้นบริษัทก็จะส่งเงินให้เรามาเทรดแบบไม่ต้องควักเนื้อ แลกกับการที่บริษัทจะเก็บกำไรส่วนหนึ่งไปเพราะต้องรับความเสี่ยงด้านตลาด หมายความว่า เทรดเดอร์จะไม่สามารถเสียเงินได้มากไปกว่าค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ต่างจากการเทรดด้วยบัญชีแบบส่วนตัวที่ต้องรับความเสี่ยงเอง 100%

ทั้งนี้ หากถามว่า Prop Firm ของฝั่งคริปโตจะต่างกับฝั่งของ Forex อย่างไร คำตอบที่ได้คือ เรื่องของตัวตลาดคริปโตเองที่สามารถซื้อขายได้ 24/7 และมีความผันผวนที่สูงกว่าตลาด Forex เป็นอย่างมาก 

ค่าสอบถูกขนาดไหน แลกพอร์ตได้เท่าไหร่?

การจะเป็นเทรดเดอร์ให้ Prop Firm ก่อนอื่นเลยนักเทรดจะต้องทำการสอบเข้าเพื่อประเมินตามเกณฑ์ของกองทุน  ซึ่งค่าสอบก็ไม่ได้สูงใช้เงินเริ่มต้นแค่หลักพันต้นๆ ไปจนถึงสองสามหมื่น ยิ่งจ่ายแพงก็ยิ่งมีโอกาสได้พอร์ตที่ทุนหนาขึ้นตามลำดับ ถ้าสมัครแบบประหยัดเราอาจได้คุมพอร์ตหลักแสน แต่ถ้าระดับแพงสุดอาจได้จับพอร์ตหลักสิบล้าน

ในส่วนของโมเดลรายได้ สมมติว่าได้ส่วนแบ่งที่ 80% บนบัญชี $100,000 หากคุณสามารถทำกำไรได้เดือนละ $10,000 คุณจะได้กำไรกลับบ้านไป $8,000 เน้นๆ ในกรณีที่เทรดเดอร์สามารถทำตามเป้าผลกำไรได้สำเร็จ

ตัวอย่าง 4 กองทุนคริปโตตัวท็อปปี 2026

Breakout —  มี Kraken หนุนหลัง

Breakout เป็น Crypto Prop Firm เพียงเจ้าเดียวที่ถูกถือหุ้นโดย Exchange ระดับใหญ่ที่มีการกำกับดูแล ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถดึงสภาพคล่องได้โดยตรงจาก Tier 1 Exchange และเปิดให้จ่ายกำไรรายวัน โดยไม่มีข้อกำหนดจำนวนวันเทรดขั้นต่ำ  ปัจจุบัน Breakout ได้รับรีวิวที่ 4.9/5 ไม่มีข่าวเสียหายเกี่ยวกับกรณีปฏิเสธการจ่ายเงิน กฎง่ายที่สุด แถมยังตั้งส่วนแบ่งกำไรถึง 80-95% ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือสูง

HyroTrader —  Bybit หนุนหลัง

HyroTrader เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ได้รับการสนับสนุนจากเว็บเทรดชื่อดัง อย่าง Bybit พวกเขามีจุดขายหลักคือ Real Exchange Execution ที่ทำให้คำสั่งเทรดไปกระทบ Order Book จริงของ Bybit ทำให้พฤติกรรม Slippage, ความลึกของ สภาพคล่อง สะท้อนสภาวะตลาดจริงมากกว่าสภาพแวดล้อมจำลอง

อย่างไรก็ดี HyroTrader ถือเป็นแพลตฟอร์มที่กฎระเบียบเข้มมาก มีผู้ใช้รายหนึ่งเคยร้องว่าถูกปิดบัญชีมูลค่า $8,000 เพราะทำการถอด Stop-Loss ออกไม่กี่วินาที แถมพวกเขายังเปิดให้มีการ Drawdown ได้น้อยมากทำให้มีความท้าทายมากในการใช้งาน

Crypto Fund Trader — MT5 ได้ คู่เทรดเยอะสุด

ด้าน Crypto Fund Trader  ถือเป็นอีกหนึ่งเจ้าที่น่าสนใจเนื่องจากมีคู่เทรดมากกว่า 715+ และรองรับ MT5 เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการ MetaTrader และการเข้าถึงตลาดที่กว้างขวาง

BrightFunded — เจ้าที่ให้รางวัลแม้คุณแพ้

ขณะเดียวกัน BrightFunded เป็น Prop Firm สัญชาติยุโรปที่โดดเด่นด้วยสองฟีเจอร์ที่ไม่มีเจ้าอื่นในกลุ่มนี้เสนอ ได้แก่ Scaling Plan ที่เปิดทางไปถึง 100% Profit Split และโปรแกรม Trade2Earn ที่ให้รางวัลทุกเทรดที่คุณวาง ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ โดยแลกเป็น Token สำหรับสมัคร Challenge ฟรีหรืออัพเกรดส่วนแบ่ง

เลือกผิดเจ้าเสียทั้งเงินทั้งเวลา

นอกเหนือจาก 4 เจ้าที่ได้กล่าวไปข้างตนจริง ๆ แล้วยังมี Prop Firm อีกมากมายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก แต่นักเทรดก็ต้องเลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและมั่นคงที่สุด ไม่ใช่ว่าจะเทรดให้เจ้าไหนก็ได้ เพราะ Prop Firm กว่า 80 แห่งได้ล่มสลายลงไปในช่วง 2024-2025 ทำให้กำไรหลายคนสูญสลายไปต่อหน้าต่อตา และเพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น นักเทรดก็ควรจะเฝ้าระวัง 3 สัญญาณนี้

  • ดูส่วนแบ่งกำไรก่อน มาตรฐานของอุตสาหกรรมปี 2026 กำหนดให้แพลตฟอร์มจ่ายส่วนแบ่งที่ 80% โดยประมาณ ถ้าเจ้าไหนที่ให้มากกว่านั้นหรือน้อยกว่ามากอาจต้องเริ่มเอะใจ
  • ดูความเร็วจ่ายเงิน ปกติแล้วการจ่ายเงินด้วย Stablecoin จะเกิดขึ้นในระยะเวลา 12–24 ชั่วโมง แต่ถ้าหากแพลตฟอร์มไหนช้ากว่า 72 ชั่วโมง ก็ให้ถือเป็น Red flag ได้เลยว่ามีสิทธิ์ที่จะเบี้ยวเงินหนี
  • อ่านกฎที่ซ่อนอยู่ให้ดี ข้อสุดท้ายคือ การอ่านกฎให้ละเอียด เพราะสาเหตุที่บัญชีส่วนใหญ่ถูกปิดเป็นผลมาจาก Consistency Rule, ข้อกำหนด Stop-Loss และเพดานกำไรต่อเทรดที่เทรดเดอร์หลายคนพลาด กล่าวคือ หากไม่สามารถคงประสิทธิภาพในการเทรดได้อย่างสม่ำเสมอเงินทุนจะถูกริบคืนเมื่อไรก็ได้

ยกตัวอย่างเช่น HyroTrader บังคับวาง Stop-Loss ภายใน 5 นาทีของทุกเทรด ส่วน WarBux กำหนดเพดานกำไรรายวันต้องสูงกว่า 33% ขณะที่ Crypto Fund Trader จำกัดกำไรต่อเทรดที่ $10,000 เป็นต้น หากตัดสินใจสอบเข้าไปแล้วโดยละเลยก็อาจสูญเงินไปได้ฟรีๆ

มีเทรดเดอร์แค่ 7% ที่ทำเงินได้จริง

แม้การเป็นเทรดเดอร์ให้กับ Prop firm จะฟังดูง่าย แต่ความเป็นจริงแล้วคนที่จะทำอาชีพนี้ได้มีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น โดยข้อมูลเปิดเผยว่ามีเพียง 5%-10% เท่านั้นของผู้สมัครที่สอบผ่านเข้าไปเป็นเทรดเดอร์ได้

ซ้ำร้ายไปกว่านั้นพอสอบผ่านแล้วก็ใช่ว่าจะกำไร เพราะมีเพียงแค่ 7% ของผู้สอบผ่านเท่านั้นที่สามารถทำเงินได้จริงอย่างสม่ำเสมอ โดยผลตอบแทนเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4% ของขนาดบัญชี แต่ ROI เฉลี่ยของคนที่ประสบความสำเร็จสูงถึง 4 เท่า

ขณะเดียวกันรายงานยังเปิดเผยอีกว่า 70%-80% ของผู้ที่สอบตกไม่ใช่เพราะวางกลยุทธ์เทรดผิดทางแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาพลาดคือการที่พอร์ตชน Drawdown ก่อนที่จะได้พิสูจน์ฝีมือได้มากกว่านี้ ทำให้การบริหารจัดการความเสี่ยงสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับ Prop firm trader

แนวทางเบื้องต้นสำหรับที่อยากเริ่ม

  • สัปดาห์ที่ 1-2: ศึกษาและซ้อม เลือก 2-3 เจ้าที่ตรงสไตล์ อ่านกฎทุกข้อ Backtest กลยุทธ์อย่างน้อย 30-50 เทรด ฝึกบน Demo หรือ Free Trial 
  • สัปดาห์ที่ 3-4: ลงสนามสอบเริ่มจาก Challenge ขนาดเล็ก $5K-$10K ก่อน Risk ไม่เกิน 0.5-1% ต่อเทรด เทรดเฉพาะ Setup ที่ดีที่สุด ตั้งเป้าวันละ 0.3-0.5% หยุดหลังแพ้ 2 ครั้ง
  • เดือนที่ 2 เป็นต้นไป: ผ่านการสอบจนได้บัญชี Funded มา คอยรักษาวินัยและถอนกำไรออกมาตามกำหนด จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับพอร์ตตัวเองให้ใหญ่ขึ้น

สรุป

สุดท้ายนี้ Crypto Prop Firm ไม่ใช่ทางลัดในการรวยเร็ว แต่อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด สำหรับคนที่มีฝีมือแต่ไม่มีทุน หรือไม่อยากเอาเงินตัวเองไปเสี่ยงเยอะๆ ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้สม่ำเสมอบนพอร์ตเล็กๆ แต่รู้สึกว่าถ้ามีทุนมากกว่านี้ ชีวิตจะเปลี่ยนไป Prop Firm ก็อาจเป็นคำตอบ แต่ต้องจำไว้เสมอด้วยว่าควรสมัครเมื่อพร้อมทดสอบตนเอง ไม่ใช่สมัครเมื่ออยากรวยทางลัด


มุมมองผู้เขียน : หากมองจากภายนอกธุรกิจของ Prop Firm นั้นถูกออกแบบมาเพื่อกินเงินค่าสอบของคนโลภ เพราะยิ่งค่าธรรมเนียมน้อยคนก็ยิ่งกล้าที่จะเสี่ยงเข้าไปสอบเพราะดูไม่เสียหายอะไรเมื่อแรกกับกำไรที่จะได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นขุมทรัพย์สำหรับคนที่มีวินัยเหล็กอย่างแท้จริง