bitkub-banner

นักพัฒนาหลัก Ethereum ลาออกจาก EF กว่า 9 คนในปี 2026 ชุมชนตั้งคำถามทิศทางโปรเจกต์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Pablo Voorvaart, Carl Beek และ Julian Ma ประกาศลาออกจาก Ethereum Foundation ในสัปดาห์นี้ ทำให้ยอดผู้ลาออกในปี 2026 พุ่งถึงอย่างน้อย 9 คน
  • Ethereum Foundation อธิบายว่าการลดขนาดทีมเป็นส่วนหนึ่งของกรอบทิศทาง “Mandate” ใหม่ที่ประกาศเมื่อต้นปี แต่ชุมชนยังไม่พอใจคำอธิบาย
  • จำนวนนักพัฒนาหลักของ Ethereum ลดลงจาก 225 คนในเดือน พ.ค. 2568 เหลือ 169 คน ณ วันที่ 19 พ.ค. 2569 พร้อมกับคำถามถึงความต่อเนื่องของ roadmap

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การลาออกต่อเนื่องของนักพัฒนาระดับแกนกลางสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางพัฒนา Ethereum ในระยะกลาง โดยเฉพาะเมื่อฟีเจอร์สำคัญอย่าง FOCIL ถูกเลื่อนออกไป ซึ่งอาจกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้

ชุมชน Ethereum เผชิญกับคลื่นความกังวลอีกระลอกในสัปดาห์นี้ หลัง Pablo Voorvaart นักพัฒนาอาวุโสของ Ethereum Foundation (EF) ประกาศลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 20 พ.ค. 2569 ตามมาด้วย Carl Beek ที่ทำงานกับ EF มา 7 ปี และ Julian Ma ที่ร่วมงานมาราว 4 ปี ซึ่งทั้งคู่ประกาศลาออกพร้อมกันในวันจันทร์ที่ 19 พ.ค. ตามรายงานจาก CoinDesk สถานการณ์นี้ทำให้ยอดบุคลากรระดับสูงที่ออกจาก EF ในปี 2569 เพียงปีเดียวพุ่งถึงอย่างน้อย 9 คน โดย 5 ใน 9 รายเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้เพียงเดือนเดียว

ใครออกไปบ้าง และสูญเสียอะไร

Carl Beek ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ เพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้ออกแบบ Beacon Chain ในยุคแรกและมีส่วนสำคัญในการผลักดัน Ethereum จาก Proof-of-Work มาสู่ Proof-of-Stake ส่วน Julian Ma มีผลงานด้านการออกแบบกลไกเศรษฐศาสตร์และการ scale โปรโตคอล รวมถึงเป็นผู้ร่วมเขียน EIP-7805 (FOCIL) ซึ่งเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ชุมชนรอคอย

นอกจากสามรายล่าสุด รายชื่อผู้ที่ออกไปก่อนหน้าในปีนี้ยังรวมถึง Barnabé Monnot นักวิจัยอาวุโสด้าน validator economics, Tim Beiko ผู้ดำเนินการประชุม All Core Devs อันเป็นที่รู้จัก, Trent Van Epps ที่ดูแล Protocol Guild มา 5 ปี, Josh Stark ที่ทำงานมา 7 ปีในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ และ Tomasz Stańczak อดีต co-executive director ที่ลาออกในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาหลังรับตำแหน่งได้ไม่ถึงปี

EF อธิบายว่าเป็นการปรับโครงสร้าง แต่ชุมชนยังไม่เชื่อ

Ethereum Foundation ชี้แจงว่าการลดขนาดทีมเป็นส่วนหนึ่งของกรอบ “Mandate” ที่ประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งระบุชัดว่า EF ไม่ถือตัวเองเป็นศูนย์กลางอำนาจของ Ethereum แต่เป็นเพียงผู้สนับสนุนการวิจัย สาธารณประโยชน์ และความปลอดภัยของเครือข่าย โดย EF ยังได้แต่งตั้ง co-leads สามคนใหม่สำหรับ Protocol Cluster เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ได้แก่ Will Corcoran, Kev Wedderburn และ Fredrik

อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังคงตั้งคำถามถึงเหตุผลเบื้องหลังที่แท้จริง มีรายงานว่าพนักงานบางส่วนถูกขอให้ลงนามในข้อผูกพันความจงรักภักดีต่อ Mandate ใหม่ ซึ่งสร้างความไม่พอใจในหมู่ทีมงาน ขณะที่นักลงทุนและสมาชิกชุมชน Ryan Berckmans แสดงความเห็นเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่าการออกจากโครงการส่วนใหญ่เกิดจากความขัดแย้งภายในเรื่องกลยุทธ์และการเปลี่ยนผ่านรุ่นโดยตั้งใจ ไม่ใช่การสูญเสียความเชื่อมั่นใน Ethereum เอง

ด้าน Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า Ethereum ต้องสามารถผ่าน “Walkaway Test” ได้ นั่นคือดำเนินการต่อไปได้เองโดยไม่พึ่งพานักพัฒนาคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนจุดยืนว่า EF ต้องการให้ Ethereum เป็นโปรโตคอลที่แข็งแกร่งพอจะยืนได้ด้วยตัวเอง

ผลกระทบต่อ Roadmap และ ETH

ข้อมูลจากนักวิจัยชี้ว่าจำนวนนักพัฒนาหลักของ Ethereum ลดลงจาก 225 คนในเดือน พ.ค. 2568 เหลือเพียง 169 คน ณ วันที่ 19 พ.ค. 2569 แม้จะมีการเพิ่มขึ้น 63% ในเดือนล่าสุด แต่ตัวเลขรวมยังต่ำกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ฟีเจอร์ที่ถูกรอคอยอย่าง FOCIL และ native account abstraction ยังถูกเลื่อนออกไปเป็นรอบ upgrade ถัดไป ขณะที่ Glamsterdam กำลังอยู่ในช่วงทดสอบ ราคา ETH ในขณะนี้อยู่ที่ $2,125 เคลื่อนไหวในกรอบแคบ สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดที่รอดูสถานการณ์


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์ครั้งนี้น่าเป็นห่วงกว่าที่ EF พยายามสื่อสารออกมา การสูญเสียคนที่ออกแบบ Beacon Chain หรือคนที่เขียน EIP มาหลายปีไม่ใช่แค่การ “ปรับโครงสร้าง” ธรรมดา เพราะความรู้เชิงลึกแบบนี้สะสมมาหลายปีและส่งต่อได้ยาก อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในมุม Vitalik ที่ต้องการให้ Ethereum เดินได้โดยไม่ต้องพึ่งคนใดคนหนึ่ง นี่อาจเป็นช่วงเจ็บปวดที่จำเป็น สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ co-leads ชุดใหม่จะสามารถรักษา momentum ของการพัฒนาโปรโตคอลได้แค่ไหน โดยเฉพาะ upgrade ที่กำลังจะมาถึง

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI