สรุปข่าว
- Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ประกาศผ่าน X ว่าในสัปดาห์นี้บริษัทเลือกที่จะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลแทนการซื้อ Bitcoin
- Saylor ให้เหตุผลว่า BitVac กำลังรีชาร์จทำให้ต้องหันไปบริหารจัดการระบบการเงินของบริษัทเพื่อเตรียมความพร้อมด้านสภาพคล่องในการกว้านซื้อรอบถัดไป
- แม้จะมีข่าวลือเรื่องเทขาย แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการปรับพฤติกรรมสู่สถาบันการเงินระดับโลก เพื่อเป้าหมายระยะยาวในการสะสมให้ครบ 1 ล้าน BTC
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ประกาศชะลอการเข้าซื้อ Bitcoin ในสัปดาห์นี้ โดยหันไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลและบริหารจัดการตราสารหนี้แทน เพื่อทำการ รีชาร์จ ระบบที่เรียกว่า BitVac ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระดมทุนเพื่อรอจังหวะดูดซับ Bitcoin ล็อตใหม่เข้าคลัง โดยปัจจุบันบริษัทถือครองอยู่ 843,738 BTC ที่ต้นทุนเฉลี่ย $75,700
Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ซึ่งมีคลังสำรอง Bitcoin มากที่สุดในโลกได้ประกาศชะลอการซื้อ Bitcoin อย่างเป็นทางการในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้แรงซื้อในสัปดาห์นี้หายไปอย่างมหาศาล
อ้างอิงข้อมูลจากทวีตบน X ของ Saylor เจ้าตัวระบุว่าในสัปดาห์นี้ทาง Strategy จะไม่มีการเข้าซื้อ Bitcoin แต่พวกเขาเลือกที่จะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลแทนโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ “รีชาร์จ” ระบบการเงินภายในบริษัทที่ใช้ชื่อว่า BitVac
BitVac คืออะไร?
BitVac เป็นการนำคำว่า Bitcoin + Vacuum (เครื่องดูดฝุ่น) มาผสานกันซึ่งจะหมายถึงการที่ Strategy ดูดซับ Bitcoin จากตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากที่พวกเขาใช้เงินทั้งหมดที่หามาใหม่ในการทุ่มซื้อไปแล้ว Strategy ก็จะกลับเข้าสู่โหมดชาร์จพลังเพื่อระดมทุนเพิ่มเติม
ปัจจุบัน Strategy มียอดการถือครอง Bitcoin ที่ 84,738 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า $6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีราคาเฉลี่ยซื้ออยู่ที่เหรียญละ $75,701 ต่อ BTC ซึ่งหากเทียบกับราคาปัจจุบันในตลาดจะยังคงถือว่ามีต้นทุนเฉลี่ยที่ต่ำกว่าเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม Michael Saylor เคยส่งสัญญาณว่า บริษัทอาจจะขาย Bitcoin ออกมาเพื่อนำเงินไปจ่ายปันผล และเพื่อรักษาความสัมพันธ์รวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือกับบริษัทจัดอันดับเครดิต ซึ่งชาวคริปโตมองว่าเป็นการเปลี่ยนจุดยืนครั้งมโหฬาร จากเดิมที่เขาเคยประกาศกร้าวมาตลอดหลายปีว่าจะไม่มีวันขาย Bitcoin เด็ดขาด
นอกเหนือจากการเบรกซื้อบิตคอยน์ชั่วคราวแล้ว บริษัทยังหันมาจัดระเบียบหนี้สินของตัวเองอย่างจริงจัง โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา Strategy ได้ตกลงซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ที่จะครบกำหนดในปี 2029 ซึ่งการรีบซื้อหุ้นกู้เหล่านี้กลับคืนมา จะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ให้มูลค่าหุ้นในมือโดนลดทอนหรือเจือจางลงในอนาคต แถมยังช่วยให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทนิ่งและมั่นคงขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้งัดเครื่องมือหาเงินตัวใหม่ออกมาใช้ นั่นคือการออก “หุ้นบุริมสิทธิแบบไม่มีกำหนดวันไถ่ถอน” ภายใต้สัญลักษณ์ตัวย่อว่า STRC (หรือชื่อเล่นว่า Stretch) ซึ่งความเด็ดคือ หุ้นตัวนี้พร้อมจ่ายเงินปันผลสูงถึง 11.5% ต่อปี โดยทาง ไมเคิล เซเลอร์ เชื่อว่า ตอนนี้คนในตลาดยังมองข้ามความเจ๋งของเครื่องมือนี้อยู่ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว มันคือท่อน้ำเลี้ยงชั้นยอดที่จะช่วยปั๊มเงินทุนมาให้บริษัทใช้ช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในอนาคตได้อีกมหาศาล
มุมมองผู้เขียน: หลายคนอาจตกใจที่เห็นว่า Strategy หันไปซื้อพันธบัตรแทนไม่ซื้อบิตคอยน์ แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งนี้ไม่ใ่ช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใดเพราะพวกเขาทำไปเพื่อบริหารสภาพคล่องและการจัดการโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถออกหุ้นกู้ก้อนใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลงในอนาคตก็เท่านั้น

