สรุปข่าว
- กองทุน Spot ETF ของ Bitcoin และ Ether ในสหรัฐอเมริกาสามารถยุติสถิติเงินทุนไหลออกติดต่อกันหลายวันได้สำเร็จหลังมีแรงซื้อสุทธิเล็กน้อยกลับเข้ามาเมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา
- แม้กองทุน Bitcoin จะมีเงินไหลเข้าสุทธิเพียง 3 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับที่ไหลออกไปกว่า 4.4 พันล้านดอลลาร์ แต่กองทุนใหม่อย่าง Hyperliquid กลับมียอดเงินไหลเข้าโดดเด่นในทุกวันทำการตั้งแต่เปิดตัว
- ภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังถูกกดดันจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI ทั่วโลกหลัง Broadcom เผยคาดการณ์ผลประกอบการต่ำกว่าเป้าหมายส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงมาซื้อขายในระดับ 62,000 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การที่กองทุน ETF สามารถหยุดสถิติเงินไหลออกต่อเนื่องได้ถือเป็นสัญญาณบวกในเชิงจิตวิทยาแต่เนื่องจากปริมาณเงินทุนที่ไหลกลับเข้ามายังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับแรงเทขายในช่วงเดือนที่ผ่านมาตลาดจึงยังจำเป็นต้องรอการสะสมพลังและปัจจัยหนุนที่ชัดเจนกว่านี้เพื่อขับเคลื่อนราคาให้กลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่
สถานการณ์ของกองทุน Spot ETF สำหรับ Bitcoin ในสหรัฐอเมริกาเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นบ้างแล้ว หลังจากสามารถหยุดสถิติเงินทุนไหลออกที่ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 13 วันทำการได้สำเร็จ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเริ่มมีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาสุทธิประมาณ 3.05 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้วิกฤตการแห่เทขายได้สูบเงินออกจากระบบไปมหาศาลกว่า 4.4 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมและทำให้มูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุนหดตัวลงอย่างหนัก
หากดูรายละเอียดเป็นรายกองทุนจะพบว่า กองทุน IBIT ของ BlackRock ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดยังคงเป็นกำลังหลักในการดึงดูดเม็ดเงินโดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ 47.66 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่กองทุนค่ายอื่นไม่ว่าจะเป็น FBTC ของ Fidelity หรือ BITB ของ Bitwise ยังคงมีเงินไหลออกอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันกองทุนรวม Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกามียอดถือครองสินทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 1.277 ล้าน BTC ซึ่งขยับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงห่างไกลจากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ถึง 1.376 ล้าน BTC ในช่วงเดือนตุลาคมปี 2025
ในขณะเดียวกันฝั่งของกองทุน Spot Ether ETF ก็สามารถยุติสถิติเงินไหลออกติดต่อกัน 17 วันทำการได้เช่นกัน โดยมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 19.30 ล้านดอลลาร์ซึ่งเงินทั้งหมดนี้ไหลเข้าสู่กองทุน ETHA ของ BlackRock เพียงแห่งเดียว
ปัจจุบันกองทุน Ether ETF มีมูลค่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 9.78 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 4.57% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด
ท่ามกลางสภาวะที่ตลาดหลักกำลังซบเซา กองทุน ETF ของเหรียญ Hyperliquid กลับกลายเป็นม้ามืดที่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินไหลออกเลย โดยล่าสุดสามารถดึงดูดเม็ดเงินเพิ่มไปได้อีก 12.15 ล้านดอลลาร์
ยอดดังกล่าวรวมถึงกองทุนน้องใหม่อย่าง HYPG ของ Grayscale ที่เพิ่งเปิดซื้อขายวันแรกก็กวาดเงินลงทุนไปได้ถึง 4.70 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตอนนี้กองทุน HYPE ETF มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิพุ่งไปถึง 185.68 ล้านดอลลาร์ ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวมาได้เพียง 4 สัปดาห์ และที่น่าทึ่งคือมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิในทุกวันทำการ
อย่างไรก็ตามบรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ยอดเงินไหลเข้าหลักล้านดอลลาร์ของ Bitcoin ในรอบนี้ยังถือเป็นเพียงแค่ตัวเลขความผันผวนเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับยอดไหลออกหลักพันล้านก่อนหน้านี้ และยังเร็วเกินไปที่จะมองว่าเป็นการเปลี่ยนเทรนด์ของตลาด
ประกอบกับภาพรวมของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกำลังชะลอตัวลงตามหุ้นกลุ่ม AI หลังจากบริษัท Broadcom ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้กดดันให้ราคา Bitcoin และ Ether ปรับตัวลดลงในช่วงตลาดเอเชียเปิดทำการ
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการที่กองทุน ETF ของ Bitcoin และ Ether สามารถหยุดเลือดที่ไหลออกติดต่อกันร่วมสองสัปดาห์ได้ถือเป็นจุดพักหายใจที่สำคัญของตลาดครับ แม้ว่าตัวเลขเงินไหลเข้าฝั่ง Bitcoin 3 ล้านดอลลาร์จะดูน้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญแต่ในเชิงจิตวิทยามันช่วยลดความตื่นตระหนกของนักลงทุนไปได้เยอะ สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในรายงานนี้คือความร้อนแรงของ HYPE ETF ครับ การที่กองทุนตัวนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิทุกวันนับตั้งแต่เปิดตัวท่ามกลางช่วงเวลาที่พี่ใหญ่อย่าง Bitcoin โดนเทขายยับสะท้อนว่าเม็ดเงินในตลาดกำลังเกิดการหมุนเวียนไปหาเรื่องเล่าใหม่ๆ หรือโปรเจกต์ที่มีแรงขับเคลื่อนเฉพาะตัว
นอกจากนี้สัญญาณลบจากฝั่งหุ้น AI และผลประกอบการของ Broadcom ที่ฉุดให้ตลาดหุ้นเอเชียและราคาคริปโตร่วงลงตามในรอบนี้ยิ่งตอกย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงผูกติดอยู่กับสภาวะสภาพคล่องและดัชนีสินทรัพย์เสี่ยงของโลกดั้งเดิมอย่างเหนียวแน่น ในระยะสั้นตลาดน่าจะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะสะสมพลังและผันผวนตามปัจจัยมหภาคต่อไปครับ

