bitkub-banner

‘1 DOGE = 1 DOGE’ ผู้อำนวยการ Dogecoin ชี้สิ่งสำคัญที่แท้จริง ไม่ต้องสนราคา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Timothy Stebbing ผู้อำนวยการ Dogecoin Foundation และ CTO ของ House of Doge ออกมาตอบโต้วิธีคิดของนักลงทุนที่มุ่งเน้นแต่ราคาเหรียญในระยะสั้น โดยชี้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของโปรเจกต์จะเกิดขึ้นจากการนำไปใช้งานจริง (Utility) ไม่ใช่กระแสข่าวหรือแรงไฮป์
  • เขาเน้นย้ำประโยคยอดฮิตในโลกคริปโตอย่าง “1 DOGE เท่ากับ 1 DOGE” เพื่อสื่อว่าจำนวนเหรียญยังคงเท่าเดิมไม่ว่าราคาในตลาดจะผันผวนอย่างไร พร้อมเตือนว่าหากโปรเจกต์คริปโตในยุคนี้ไม่สามารถสร้างระบบนิเวศที่มีการใช้งานจริงเพื่อเอาชนะคู่แข่งในกลุ่มได้ โปรเจกต์นั้นก็จะต้องล้มหายตายจากไป
  • ท่ามกลางแรงเทขายที่กดดันให้ราคา DOGE ร่วงลงมาอยู่ที่ 0.084 ดอลลาร์ แต่นักวิเคราะห์ออนเชนกลับพบว่ากลุ่มวาฬไม่ได้ตื่นตระหนก และเดินหน้าช้อนซื้อเหรียญเข้ากระเป๋าเพิ่มอีกกว่า 200 ล้าน DOGE ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคาเป็นแบบ Neutral

เนื่องจากการออกมาแสดงมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของผู้บริหารและการสะสมเหรียญของกลุ่มวาฬ ถือเป็นแรงพยุงด้านจิตวิทยาที่ดี แต่อารมณ์รวมของตลาดยังคงถูกกดดันจากปัจจัยมหภาคและการรอคอยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

Timothy Stebbing ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของ Dogecoin Foundation และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ House of Doge ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้กลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ที่มักจะมองข้ามพัฒนาการทางเทคโนโลยีของระบบนิเวศ Dogecoin

Stebbing ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมยอดฮิตบนโลกโซเชียลว่า ทุกครั้งที่มีการแชร์ข่าวสารเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานใหม่ๆ ของ Dogecoin มักจะมีผู้ใช้งานบางกลุ่มเข้ามาคอมเมนต์ค่อนขอดถึงราคาเหรียญที่ยังคงซบเซา ซึ่งเขาประเมินว่าวิธีคิดแบบนี้เป็นการมองข้ามภาพรวมที่สำคัญที่สุดไป โดยเขาได้หยิบยกคำกล่าวยอดนิยมในชุมชนคริปโตอย่าง “1 DOGE = 1 DOGE” มาเน้นย้ำ เพื่อสื่อว่าเหรียญ 1 เหรียญก็ยังคงมีค่าเท่าเดิมในระบบ ไม่ว่าราคาซื้อขายในตลาดจะมีความผันผวนมากน้อยเพียงใด ซึ่งนี่เป็นมุมมองที่เขายึดมั่นมาตลอดตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา

แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญที่แท้จริง? ในขณะที่ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่กำลังง่วนอยู่กับการเฝ้ามองกราฟราคาในระยะสั้น Stebbing กลับเชื่อมั่นว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนจนนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาในระยะยาว จะต้องขับเคลื่อนด้วยการนำไปใช้งานจริงเป็นหลัก “เหมือนที่ผมเคยพูดมาเป็นร้อยๆ ครั้ง Dogecoin มีไว้สำหรับการจับจ่ายใช้สอย ไม่ใช่มีไว้เพื่อถือเฉยๆ และราคาที่ผมให้ความสำคัญจะเกิดขึ้นจากการเติบโตของการใช้งานจริง ไม่ใช่จากข่าวลือหรือกระแสไฮป์” เขาระบุ

นอกจากนี้เขายังได้อธิบายถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประกาศอัปเดตของโปรเจกต์คริปโตต่างๆ โดยชี้ว่าบริษัทหรือมูลนิธิต่างๆ แชร์ข้อมูลความคืบหน้าเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานใหม่และนำเสนอคุณสมบัติการทำงานที่พัฒนาขึ้น ไม่ได้ทำเพื่อ “ปั๊มราคา” เหรียญแต่อย่างใด “นับจากนี้ไป สิ่งสำคัญมีเพียงแค่การนำไปใช้งานจริงและการยอมรับจากผู้ใช้เท่านั้น มันหมดยุคที่แค่เป็นโปรเจกต์คริปโตแล้วจะดูเท่หรือแปลกใหม่เหมือนเมื่อ 5 ปีก่อนแล้ว ถ้าคุณไม่สร้างฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริงเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและเอาชนะคู่แข่งในสายงานของคุณ โปรเจกต์ของคุณก็ไม่รอด” Stebbing กล่าวเสริม

ในช่วงเวลาที่โพสต์ข้อความดังกล่าว ราคาของ Dogecoin ปรับตัวลดลง 1.76% ในรอบ 24 ชั่วโมงลงมาอยู่ที่ระดับ 0.084 ดอลลาร์ สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดคริปโตที่ย่อตัวลงเพื่อรอการเปิดเผยข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญ และหากนับในรอบสัปดาห์ ราคาร่วงลงมาแล้วกว่า 11% จากแรงเทขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในสัปดาห์นี้นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังเฝ้าจับตาดูว่าตัวเลขเงินเฟ้อชุดใหม่จะส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอย่างไร อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของวาฬ Dogecoin กลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก โดย Ali นักวิเคราะห์ชื่อดังได้รายงานข้อมูลออนเชนว่า กลุ่มผู้ถือครองรายใหญ่หรือวาฬได้เข้าซื้อและสะสมเหรียญ DOGE รวมกันมากกว่า 200 ล้านเหรียญเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มทุนใหญ่กำลังใช้จังหวะที่ราคาปรับฐานในการเก็บของเข้าพอร์ตเพิ่ม

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าคำพูดของ Timothy Stebbing สะท้อนถึงสัจธรรมของตลาดคริปโตในยุคปัจจุบันได้ดีมากครับ ยุคของการปั่นราคาด้วยกระแส Meme หรือทวีตปั่นกระแสกำลังค่อยๆ หมดความขลังลง และเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ต้องสู้กันด้วยคุณค่าการใช้งานจริง (Real Use Case) การที่ Dogecoin พยายามผลักดันตัวเองให้เป็นเหรียญเพื่อการใช้สอย ประกอบกับแรงซื้อเก็บของวาฬในโซนราคาต่ำ ถือเป็นฐานที่แน่นหนาในระยะยาว แม้ว่าในระยะสั้นราคาน่าจะยังแกว่งตัวไซด์เวย์ตามภาพรวมของตลาดใหญ่เพื่อรอความชัดเจนเรื่องดอกเบี้ยก็ตามครับ