สรุปข่าว
- BlackRock ยักษ์ใหญ่ระดับโลกเตรียมส่งกองทุน iShares Bitcoin Premium Income ETF ภายใต้สัญลักษณ์ BITA ลงสนามเพื่อเจาะกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการเงินปันผลสม่ำเสมอจากการถือครอง Bitcoin
- จุดเด่นของกองทุนนี้คือการหั่นค่าธรรมเนียมลงมาเหลือเพียง 0.65% ซึ่งถือว่าถูกกว่ากองทุนคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดที่เก็บค่าธรรมเนียมเฉลี่ยเกือบ 1%
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้กำลังจะเปิดตัวในเร็ววันเพื่อเร่งชิงส่วนแบ่งการตลาดตัดหน้า Goldman Sachs ที่มีแผนจะส่งกองทุนลงสนามในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การมีกองทุน ETF ที่เน้นจ่ายเงินปันผลจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสายกระแสเงินสดให้เข้ามาในตลาด Bitcoin มากขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อภาพรวมในระยะยาว
ยักษ์ใหญ่แห่งวงการจัดการสินทรัพย์ของโลกอย่าง BlackRock กำลังมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอีกครั้ง ล่าสุดทางบริษัทได้ยื่นเอกสารฉบับแก้ไขต่อ SEC สหรัฐอเมริกาเพื่อเตรียมเปิดตัว iShares Bitcoin Premium Income ETF ภายใต้สัญลักษณ์ซื้อขาย BITA บนกระดาน Nasdaq โดยความน่าสนใจคือการเป็นกองทุนรูปแบบใหม่ที่เน้นการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือครอง Bitcoin
รูปแบบการสร้างรายได้ของกองทุน BITA จะใช้กลยุทธ์ Covered Call โดยกองทุนจะถือครอง Bitcoin และหุ้นของกองทุน IBIT ควบคู่กันไป จากนั้นในทุกเดือนทางกองทุนจะแบ่งสัดส่วนประมาณ 25 ถึง 35% ของมูลค่ากองทุนมาขายสัญญา Call Option เพื่อรับค่าพรีเมียมและนำมาจ่ายเป็นกระแสเงินสดหรือเงินปันผลให้กับนักลงทุน แม้ว่ากลยุทธ์นี้จะทำให้ผู้ถือครองพลาดโอกาสทำกำไรก้อนโตหากราคา Bitcoin พุ่งแรงกะทันหัน แต่มันก็แลกมาด้วยผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำกว่าการถือครองเหรียญโดยตรง
ไม้ตายสำคัญที่ทำให้กองทุนนี้ดูน่าสนใจคือการหั่นค่าธรรมเนียมของผู้สนับสนุนลงมาเหลือเพียง 0.65% ซึ่ง Eric Balchunas นักวิเคราะห์จาก Bloomberg มองว่านี่คือความได้เปรียบทางต้นทุนอย่างชัดเจน เพราะเมื่อเทียบกับกองทุน Covered Call รายใหญ่อย่าง YBTC และ BTCI แล้ว สองกองทุนนั้นเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 0.95% และ 0.99% ตามลำดับ
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเราน่าจะได้เห็นการเปิดตัวกองทุน BITA ในอีกไม่ช้านี้ เพราะ BlackRock เองก็ต้องเร่งทำเวลาเพื่อชิงความได้เปรียบเหนือกองทุนของ Goldman Sachs ที่มีกำหนดเปิดตัวในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ปัจจุบัน BlackRock ถือเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งในตลาด Spot Bitcoin ETF อย่างไร้ข้อกังขา โดยกองทุนเรือธงอย่าง IBIT มีขนาดใหญ่และดึงดูดเงินทุนไหลเข้าได้มากที่สุดเสมอ การขยายผลิตภัณฑ์มาทำกองทุนสายปันผลในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยน Bitcoin ให้กลายเป็นสินทรัพย์กระแสหลักที่ตอบโจทย์นักลงทุนได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการแข่งขันระหว่าง BlackRock และ Goldman Sachs ในตลาดยังคงดุเดือดและเป็นผลดีต่อนักลงทุนครับคุณ การดัมพ์ค่าธรรมเนียมลงมาจะช่วยให้รายย่อยเข้าถึงการลงทุนแบบมีกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น แม้กลยุทธ์ Covered Call จะจำกัดผลกำไรในขาขึ้น แต่ก็ถือเป็นเครื่องมือลดความผันผวนที่ตอบโจทย์คนที่อยากถือ Bitcoin ยาวๆ แล้วมีเงินปันผลกินระหว่างทางครับ

