สรุปข่าว
- ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 0.75% สู่ 1.0% ในการประชุมวันที่ 15-16 มิถุนายน 2026 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นระดับสูงสุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 1995
- ในอดีต Bitcoin มักเผชิญแรงขายหลังธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยราคาปรับตัวลงราว 20–30% ในช่วงสั้น ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวและสร้างจุดสูงสุดใหม่ในเวลาต่อมา
- ในการประชุมเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติ 6–3 เสียงให้คงดอกเบี้ย แต่มีกรรมการถึง 3 คนที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยทันที สะท้อนว่าแรงกดดันในการปรับขึ้นดอกเบี้ยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
หากธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยจริง อาจกระตุ้นให้นักลงทุนทั่วโลกลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและกลับไปถือเงินสดมากขึ้น ซึ่งมีโอกาสสร้างแรงกดดันต่อ Bitcoin ในระยะสั้น แม้ในอดีตตลาดจะสามารถฟื้นตัวได้หลังจากผ่านช่วงความผันผวนดังกล่าวไปแล้ว
สัปดาห์หน้าถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.0% ในการประชุมวันที่ 15–16 มิถุนายนนี้ หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นระดับดอกเบี้ยสูงสุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 1995 และอาจส่งผลต่อกระแสเงินลงทุนทั่วโลก
ทำไมดอกเบี้ยญี่ปุ่นถึงกระทบ Bitcoin
ตลอดหลายสิปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเลือกใช้เงินทุนต้นทุนต่ำจากญี่ปุ่นไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นเทคโนโลยีและเหรียญคริปโต แต่เมื่อดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนในการกู้ยืมก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนตัดสินใจลดความเสี่ยงและขายสินทรัพย์เหล่านั้นออกมา ซึ่ง Bitcoin มักได้รับผลกระทบจากกระบวนการนี้ด้วย
ย้อนดูสถิติในอดีต
ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา Bitcoin มักเผชิญแรงขายหลังการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเดือนกรกฎาคม 2024 ที่ราคา Bitcoin ร่วงจากประมาณ 65,000 ดอลลาร์ลงสู่ระดับ 49,000 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมกราคม 2026 ก็ส่งผลให้ Bitcoin อ่อนตัวลงในระยะสั้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในทุกกรณีที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในเวลาต่อมา
ตลาดกำลังอยู่ในภาวะเปราะบาง
นอกเหนือจากประเด็นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นแล้ว ตลาดคริปโตในปัจจุบันยังต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันหลายด้าน ทั้งกระแสเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังอยู่ในโซนความกลัว และปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดมีแรงรองรับน้อยกว่าปกติ หากเกิดแรงขายจากปัจจัยมหภาคเพิ่มเติม ก็อาจทำให้ความผันผวนรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
สัปดาห์แห่งการตัดสินใจของตลาด
อีกประเด็นสำคัญคือ การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการประชุมของ Fed ซึ่งหมายความว่า ตลาดอาจต้องรับมือกับสัญญาณด้านนโยบายการเงินจากธนาคารกลางขนาดใหญ่ 2 แห่งพร้อมกัน หากทั้ง 2 ฝ่ายส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดไว้ อาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin
ในมุมผู้เขียน แม้สถิติที่ผ่านมาจะชี้ว่าการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นมักสร้างแรงกดดันต่อ Bitcoin ในระยะสั้น แต่ก็เป็นความจริงเช่นกันว่าทุกครั้งที่ผ่านมา Bitcoin สามารถกลับมาฟื้นตัวและสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เสมอ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การคาดเดาว่าราคาจะลงแรงแค่ไหน แต่คือการเตรียมแผนรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ตลาดกำลังจับตาธนาคารกลางทั่วโลกพร้อมกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Coin Bureau — BoJ Warning Bitcoin (X post)
- Crypto.news — Can the Bank of Japan’s 1% rate hike spark another crypto selloff?
- BeInCrypto — Bank of Japan’s 1% Rate Hike Could be Critical for Bitcoin
- CoinDesk — Three Bank of Japan Members Call for a Rate Hike, Yen Rises While Bitcoin Falls
- CCN — BoJ Interest Rate Decision: What Does It Mean for Bitcoin Price in 2026
- MEXC/Coinpedia — Bank of Japan Rate Hike to 1% Could Crash Bitcoin Price
- Stocktwits — Bank of Japan’s Reported Rate Hike Could Put Bitcoin Under Stress

