bitkub-banner

ทนายตั้มบุกแจ้งจับพยานเจ๊อ้อยปมหลอกทำเหรียญคริปโต SIMMO สูญเงินกว่า 1.5 ล้าน 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทนายตั้ม แจ้งความ “มี่-ปีเตอร์” สามีภรรยาเจ้าของบริษัทปีเตอร์ วิชั่น จำกัด ข้อหาฉ้อโกง หลังอ้างถูกหลอกให้โอนเงิน 1.5 ล้านบาท เพื่อทำเหรียญคริปโต SIMMO เข้ากระดานซื้อขาย Binance ตั้งแต่ปี 2566
  • ทนายตั้มนำแชตส่วนตัวของทั้งคู่ มาเป็นหลักฐาน ระบุว่า สองสามีภรรยามีเจตนาหลอกลวงมาตั้งแต่แรก ไม่เคยมีแผนทำเหรียญจริง พร้อมยันตัวเองไม่ได้ข่มขู่พยานแต่อย่างใด
  • ฝ่ายทนายความของเจ๊อ้อยเตรียมยื่นถอนประกันทนายตั้ม อ้างเหตุรบกวน และข่มขู่พยาน ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ยังยื่นฟ้องทนายตั้มข้อหาหมิ่นประมาทเพิ่มอีก 1 คดี

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

เหรียญ SIMMO ที่อยู่กลางข้อพิพาทนี้ ยังไม่ได้เข้ากระดานซื้อขายสาธารณะใด การถูกอ้างถึงในคดีฉ้อโกงต่อสาธารณะย่อมสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อโครงการ และลดความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนที่อาจสนใจ หากมีการฟ้องคดีจนถึงชั้นศาล แนวโน้มที่เหรียญจะเข้าตลาดได้ตามปกติก็ยิ่งริบหรี่ลงไปอีก

นายษิทรา เบี้ยยังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.บางเสาธง ในวันนี้ (วันที่ 23 มิถุนายน) กับ 2 พยานปากเอกในคดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย ได้แก่ นางสาวพจมาน บัวลาศ หรือ “มี่” และนายเขมวัฒน์ บัวลาศ หรือ “ปีเตอร์” สามีภรรยาเจ้าของบริษัท ปีเตอร์ วิชั่น จำกัด ในข้อหาฉ้อโกง กรณีหลอกลวงให้โอนเงินลงทุนทำเหรียญดิจิทัล SIMMO 

หลังจากทั้งคู่ออกแฉทนายตั้ม พร้อมนำแชตไลน์ที่อ้างว่า เป็นการข่มขู่พยานมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพียงวันก่อน

ทนายตั้มระบุว่า ทั้งคู่อ้างว่า สามารถนำเหรียญดิจิทัลเข้าสู่กระดานซื้อขายสาธารณะอย่าง Binance ได้ โดยเขาโอนเงินให้ไปทั้งหมด 1.5 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2566 พร้อมการันตีว่า ภายใน 2 ปี เหรียญชื่อ SIMMO จะเข้ากระดานได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

หลักฐานสำคัญที่ทนายตั้มนำมามอบให้ตำรวจคือ แชตส่วนตัวระหว่างสองสามีภรรยา ซึ่งมีข้อความระบุว่า “มันอาจจะฟ้องร้องฉ้อโกงได้นะ” และ “อย่างน้อยจดทะเบียน เอาชื่อเมียมันมาใส่ในบริษัทด้วย” ซึ่งทนายตั้มมองว่า สิ่งนี้สะท้อนเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น และเหรียญ SIMMO ก็ไม่เคยเข้าสู่กระดานซื้อขายใดเลยจนถึงวันนี้ ดังนั้นวันนี้ก็เลยมาแจ้งความดำเนินคดีเรื่องของการฉ้อโกงและเอาหลักฐานแชทที่เขาคุยกันเองมาเป็นหลักฐานว่าตนได้รู้เมื่อไหร่ อย่างไรให้ตำรวจ

เงิน 1 ล้านจากเจ๊อ้อย ปมซับซ้อนที่ขยายตัว

ทนายตั้มยังชี้แจงกรณีที่ทั้งคู่ได้รับเงิน 1 ล้านบาทจากเจ๊อ้อย โดยระบุว่า เงินดังกล่าวเกิดจากที่ทั้งคู่ไปบอกเจ๊อ้อยว่าทนายตั้มจะฟ้องเรื่องเหรียญดิจิทัล แล้วขอเงินมา 1 ล้านบาท ทั้งที่ตนเองอยู่ในเรือนจำช่วงนั้น และไม่ได้รับเงินส่วนนี้แต่อย่างใด

ส่วนเงินอีก 2.799 ล้านบาทที่ทั้งคู่อ้างว่า เป็นค่าเสาเข็ม ทนายตั้มตั้งข้อสงสัยว่า ภายในเวลาไม่ถึง 5 วันหลังกลับจากต่างประเทศ จะสั่งเสาเข็มมูลค่าขนาดนั้นได้อย่างไร และเมื่อขอใบเสร็จก็ไม่มีให้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแชทที่ระบุว่า “ถ้าพี่อ้อยถามถึงใบเสร็จ บอกว่าไม่ให้นะ”

ทนายตั้มปัดข้อหาข่มขู่พยาน ลั่นใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย

กรณีที่ทีมกฎหมายของเจ๊อ้อยประกาศจะยื่นถอนประกันทนายตั้ม อ้างเหตุข่มขู่พยาน ทนายตั้มโต้ว่า การสืบพยานในชั้นศาลสิ้นสุดไปแล้ว ทั้งคู่จึงไม่มีสถานะพยานอีกต่อไป และการที่ตนออกมาดำเนินคดีนั้นเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่การข่มขู่

ขณะเดียวกัน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์แจ้งว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้ลงนามฟ้องทนายตั้มข้อหาหมิ่นประมาทเพิ่มอีก 1 คดีแล้ว

ที่มา : amarintv


มุมมองผู้เขียน : คดีนี้น่าจะยืดเยื้อออกไปอีกนาน เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมีแชทในมือ และต่างก็อ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ ความจริงที่แท้จริงคงต้องรอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด แต่บทเรียนสำหรับนักลงทุนคริปโตนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ก่อนโอนเงินลงทุนใด ต้องตรวจสอบ roadmap และสัญญาให้รัดกุม