bitkub-banner

SBI เตรียมออก ‘JPYSC’ Stablecoin ตัวแรกของญี่ปุ่นภายในสัปดาห์นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • SBI Group ยักษ์ใหญ่ทางการเงินในญี่ปุ่น คว้าไฟเขียวจากหน่วยงานกำกับดูแล เตรียมออก JPYSC เหรียญ Stablecoin ผูกเงินเยนผ่านระบบทรัสต์ตัวแรกของประเทศภายในสัปดาห์นี้
  • ตัวเหรียญจะถูกออกโดยธนาคาร SBI Shinsei Trust Bank ภายใต้การร่วมมือกับ Startale Group ชูจุดเด่นค้ำประกันด้วยเงินเยน และพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ปลดล็อกโควตาการโอนเงินมูลค่าสูงเกิน 1 ล้านเยนต่อครั้งสำหรับภาคธุรกิจ
  • มุ่งเป้าขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานรองรับระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ,การบริหารคลังธุรกิจแบบ B2B รวมถึงการเป็นท่อน้ำเลี้ยงทำธุรกรรมอัตโนมัติระหว่าง AI Agents และกลุ่มสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกแปลงเป็นโทเคน (RWA)

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัว JPYSC ถือเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ที่จะส่งผลดีต่อตลาดคริปโตในระยะยาว เพราะการนำเงินเยนที่ถูกกฎหมายมาใช้บนบล็อกเชน จะช่วยทำให้เงินมหาศาลจากในญี่ปุ่น สามารถไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตได้เต็มที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มวอลุ่มการซื้อขายและดันราคาเหรียญอื่น ๆ ในตลาด

SBI Group ยักษ์ใหญ่ทางการเงินของญี่ปุ่น ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเรียบร้อยแล้วในการออกเหรียญ Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับเงินเยนญี่ปุ่น โดยตั้งเป้าที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ ซึ่ง SBI มีแผนจะนำเหรียญนี้ไปใช้ควบคู่กับบริการทางการเงินในเครือ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหลักทรัพย์, คริปโตเคอร์เรนซี และการธนาคาร

เหรียญ Stablecoin นี้มีชื่อว่า JPYSC ซึ่งเป็นการจับมือพัฒนาร่วมกันระหว่าง SBI Group และ Startale Group บริษัทฟินเทคจากสิงคโปร์ แต่ในแง่ของการดำเนินงาน ตัวเหรียญจะถูกออกโดยธนาคาร SBI Shinsei Trust Bank ขณะที่ SBIVC Trade ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตในเครือ SBI จะเป็นผู้ดูแลจัดการเรื่องการซื้อขาย, สภาพคล่อง และการกระจายเหรียญ 

JPYSC ถือเป็นเหรียญ Stablecoin ผูกค่าเงินเยนบนระบบทรัสต์ (Trust-based) เหรียญแรกของญี่ปุ่นที่ผ่านการอนุมัติจากสำนักงานบริการทางการเงิน (FSA) และจะถูกจัดกลุ่มทางกฎหมายเป็น “เครื่องมือการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ประเภทที่ 3” ภายใต้กฎหมายบริการการชำระเงินฉบับปรับปรุงใหม่ของญี่ปุ่น

การที่ JPYSC มีโครงสร้างหนุนหลังโดยธนาคารทรัสต์ หมายความว่า มูลค่าเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในระบบทั้งหมด 100% จะถูกค้ำประกันด้วยเงินเยนสำรอง แต่กฎหมายยังเปิดช่องให้มีความยืดหยุ่น โดยอนุญาตให้นำเงินสำรองนั้น ไปจัดสรรลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงสูงได้สูงสุดไม่เกิน 50%

ในส่วนของการใช้งานจริง SBI Group ได้ออกแบบ JPYSC มาเพื่อ รองรับการบริหารเงินสดของกลุ่มสถาบัน, การดำเนินงานด้านคลังของธุรกิจแบบ B2B และการชำระเงินข้ามพรมแดนในปริมาณมหาศาล โดยมีแผนจะเอาเหรียญนี้ไปเชื่อมต่อกับระบบการเงินออนไลน์ทั้งหมดในเครือ เพื่อให้ใช้ได้ทั้งบนแอปธนาคารและแอปเทรดเหรียญดิจิทัล

นอกจากนี้ ผู้บริหารของ Startale ยังระบุว่า JPYSC ถูกสร้างขึ้นมาให้ทำงานร่วมกันข้ามบล็อกเชนสาธารณะต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำไปใช้เป็นระบบชำระเงินอัตโนมัติระหว่างบอท AI อัจฉริยะ (AI Agents) รวมถึงใช้เป็นโครงสร้างการจ่ายผลตอบแทน สำหรับสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกแปลงเป็นโทเคน (RWA)

โครงสร้างกฎหมาย Stablecoin ที่ก้าวหน้าของญี่ปุ่น

การผสานสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับระบบธนาคารดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายคริปโตชัดเจนที่สุดในโลก โดยกฎหมายบริการการชำระเงิน (PSA) ของญี่ปุ่นระบุให้ Stablecoin ที่ผ่านเกณฑ์ เป็น “เครื่องมือชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์” (EPI) ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แม้ว่า Stablecoin ยุคแรกของญี่ปุ่นจะใช้ได้แค่เหมือนบัตรเติมเงิน แต่ JPYSC ที่ใช้ระบบทรัสต์ในครั้งนี้ จะช่วยปลดล็อกขีดจำกัดเดิมที่ห้ามโอนเกิน 1 ล้านเยนต่อครั้ง ทำให้ภาคธุรกิจและองค์กรใหญ่ ๆ สามารถนำไปใช้ชำระเงินมูลค่าสูงได้อย่างเต็มที่

ล่าสุดทาง FSA ยังได้อัปเดตกฎระเบียบ เพื่อเปิดทางให้เหรียญ Stablecoin ระบบทรัสต์จากต่างประเทศ สามารถเข้ามาเชื่อมต่อกับเครือข่ายการเงินท้องถิ่นได้แล้ว โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องร่วมมือกับตัวกลางที่ได้รับใบอนุญาตในญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่สามารถนำเข้ามาแจกจ่ายโดยตรงได้

ที่มา : coinedition


มุมมองผู้เขียน : การที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง SBI Group เตรียมออกเหรียญ JPYSC ถือเป็นการเคลื่อนไหวสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการ Stablecoin ทั่วโลก