bitkub-banner

อดีตวิศวกร Google และ Meta เผย ทำไมเขาถึงตัดสินใจขาย Bitcoin หมดพอร์ตแล้วตอนนี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • TechLead ยูทูบเบอร์ล้านซับฯ ประกาศปิดพอร์ต Bitcoin เทขายออกทั้งหมดหลังเจ็บหนักหลังจากที่ราคาร่วงลงมาจาก $120,000 เหลือ $60,000
  • เขาระบุว่าเครือข่ายบิตคอยน์ไม่ได้กระจายศูนย์จริงแต่ถูกผูกขาดโดยพัฒนา Bitcoin Core เพียง 6 คน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบด้วยควอนตัมคอมพิวเตอร์
  • ถึงตอนนี้เขาจะขอถอนตัวออกไปยืนดูสถานการณ์แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเทคโนโลยี Bitcoin

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

TechLead อดีตวิศวกรจาก Google และ Meta จุดชนวนกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลหลังอัปโหลดคลิปวิดีโอประกาศล้างเทขายบิตคอยน์ Bitcoin ที่ถือทั้งหมดทิ้งเนื่องจากเผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนักหน่วง โดยเขาชี้ว่าบิตคอยน์ในปัจจุบันสูญเสียความน่าสนใจไปแล้วเพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไร้ปันผลและขับเคลื่อนด้วยความสนใจไม่ใช่พื้นฐาน

TechLead อดีตวิศวกรของ Google และ Meta ที่ผันตัวมาเป็นยูทูปเบอร์ที่มีผู้ติดตามหลักล้านคน เมื่อไม่นานมานี้ได้ทำการอัปโหลดคลิปวิดีโอล่าสุด โดยแจงเหตุผลว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจขาย Bitcoin ออกทั้งหมดและเผยว่าทำไมมันถึง “จบแล้ว”

ภายในคลิป TechLead พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาตัดสินใจขาย Bitcoin ทิ้งทั้งหมดหลังจากที่ต้องเผชิญกับการขาดทุนอย่างหนักนับตั้งแต่ที่ราคาร่วงลงมาจาก $120,000 จนเหลือต่ำกว่า $60,000 ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการใช้เลเวอเรจจนโดนล้างพอร์ต

Bitcoin ขาดความน่าสนใจ

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากความผิดพลาดในการลงทุนแล้ว TechLead ยังมองว่า Bitcoin นั้นไม่ได้น่าสนใจเหมือนในอดีตอีกต่อไปเพราะมันเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐาน แต่เคลื่อนไหวตามความสนใจและสภาพคล่อง

Bitcoin ไม่มีแผนกการตลาด ไม่มีผลประกอบการ และไม่มีเงินปันผลเหมือนบริษัททั่วไป ราคาจะขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ซื้อรายใหม่เข้ามา แต่ในปัจจุบันกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์คริปโตกลับเงียบหายไปเพราะความหวาดกลัวจากการถูกปล้นทรัพย์สินถึงบ้าน ที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2025 ทำให้ไม่มีใครอยากพูดถึงหรืออวดอ้างว่าตัวเองถือ Bitcoin อีกต่อไป

เห็นได้ชัดว่าปัจจุบัน กระแสเงินทุนส่วนใหญ่ในตลาดยังไหลเข้าไปหาเทคโนโลยี AI กันหมด ทำให้ไม่มีบริษัทหรือประเทศใดสนใจที่จะสร้างทุนสำรองเป็น Bitcoin ในเวลานี้ แต่สิ่งที่เป็นประเด็นน่ากังวลไม่แพ้กันคือเรื่องของสภาพคล่อง

เขาชี้ว่าสภาพคล่องในตลาดปัจจุบันนั้นเหือดแห้งลงอย่างมากไม่เหมือนกับยุคปี 2021 ซึ่งอาจมีไม่พอให้ทุกคนเทขายออกไปได้พร้อมกัน แถมในขณะนี้ก็มีรายใหญ่จำนวนมากที่รอจังหวะเทขายเพื่อออกจากตลาด เช่น เจ้าหนี้ Mt. Gox, บริษัทที่ถือเหรียญจำนวนมากอย่าง Strategy และกลุ่มเจ้ามือยุคแรกๆ 

ระเบิดเวลา 3 ลูก

หากไม่นับเรื่องปัจจัยของสภาพตลาดแล้ว TechLead ยังมองว่าตัว Bitcoin เองก็ยังมีปัญหาโดยเริ่มจากความผิดหวังที่เขาประสบมา โดยเขามองว่าเครือข่าย Bitcoin ถูกควบคุมโดยกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Bitcoin Core ซึ่งมีผู้ถือสิทธิ์อนุมัติโค้ดหลักเพียง 6 คนเท่านั้น และบุคคลเหล่านี้เคยผลักดันการอัปเดตที่ทำให้เครือข่ายเต็มไปด้วยข้อมูลขยะแม้จะถูกคัดค้านอย่างหนัก จนทำให้เขาตั้งคำถามว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินที่มีการกระจายศูนย์จริงหรือไม่

ถัดมาคือระเบิดเวลาลูกที่สองอย่างควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่อาจสามารถเจาะระบบการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ แต่ชุมชนนักพัฒนากลับยังไม่มีแผนการรับมือที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่รายได้ของนักขุดก็เริ่มจางหายซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก

ปัจจุบัน 95% ของ Bitcoin ได้ถูกขุดขึ้นมาแล้วทำให้รางวัลที่ได้ต่อบล็อกนั้นน้อยลง นักขุดจึงต้องเริ่มพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรมมากขึ้น และถ้าเก็บรายได้ไม่มากพอ เนื่องจากนักลงทุนมักเลือกถือ Bitcoin ไว้เฉยๆ มากกว่าจะโอนจะใช้ พวกเขาก็อาจเลิกขุดเพราะแบกต้นทุนไม่ไหวซึ่งจะส่งผลทำให้ความปลอดภัยของเครือข่ายลดลง

ระเบิดลูกสุดท้ายคือความเสี่ยงทางการเมือง TechLead มองว่าแนวคิดเรื่องสกุลเงินที่เป็นอิสระจากรัฐบาลเป็นเรื่องโลกสวยเกินไป เพราะไม่มีรัฐบาลไหนยอมรับระบบการเงินที่ตนควบคุมไม่ได้

เขาชี้ว่านโยบาย Bitcoin ของสหรัฐฯ เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อหาเสียง และหากพรรคเดโมแครตที่อาจไม่เป็นมิตรกับคริปโตชนะการเลือกตั้งในปี 2028 รอบขาขึ้น ครั้งต่อไปของ Bitcoin อาจต้องรอไปจนถึงปี 2032

อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและขายเหรียญทิ้งไปแล้ว แต่ในตอนท้ายเขากลับบอกว่า ในระยะยาวเขายังคงเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของ Bitcoin อยู่ แต่ขอถอยออกมายืนดูสถานการณ์ก่อนในตอนนี้

ที่มา : Youtube


มุมมองผู้เขียน : เราไม่อาจทราบได้ว่าสถานการณ์ที่เขาเผชิญแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในตลาดคริปโตมานานอาจมองว่าการที่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังประกาศตัวยอมแพ้มักเป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่าจุดต่ำสุดได้มาถึงแล้วและกำลังจะจบลง