bitkub-banner

CZ ผู้ก่อตั้ง Binance แนะให้อายัด Bitcoin ของ ‘ซาโตชิ’ เพื่อรับมือภัยควอนตัม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • CZ กล่าวว่า หาก Bitcoin ต้องอัปเกรดระบบเข้ารหัสเพื่อรับมือควอนตัมคอมพิวเตอร์ ควรกำหนดเวลา 6-12 เดือนให้ผู้ถือเหรียญย้ายกระเป๋า
  • Bitcoin ราว 1 ล้าน BTC ของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานานกว่าทศวรรศอาจถูก “แช่แข็ง” หากไม่มีการย้ายไปยังระบบใหม่
  • CZ ย้ำว่านี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว และการตัดสินใจสุดท้ายควรเป็นฉันทามติของชุมชน Bitcoin ไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

CZ ผู้ก่อตั้ง Binance เสนอความเห็นว่า หากในอนาคต Bitcoin ต้องอัปเกรดเพื่อรับมือภัยควอนตัม กระเป๋าที่เชื่อว่าเป็นของ ซาโตชิ นากาโมโตะ อาจต้องถูก “แช่แข็ง” หากไม่ย้ายเหรียญภายในระยะเวลา 6–12 เดือน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะถอดรหัส Private Key อย่างไรก็ตาม CZ ยอมรับว่า แนวคิดนี้ยังไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เพราะเรื่องนี้ขัดกับหลักการของ Bitcoin และสุดท้ายควรให้เสียงส่วนใหญ่ในชุมชนเป็นผู้ตัดสินดีที่สุด 

ฉางเผิง จ้าว หรือ “CZ” ผู้ก่อตั้ง Binance ออกมาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวที่อาจกลายเป็นหนึ่งในประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่ของวงการ โดยเขากล่าวว่า หากในอนาคตเครือข่ายจำเป็นต้องอัปเกรดระบบเข้ารหัสให้สามารถป้องกันการโจมตีจากควอนตัม กระเป๋า Bitcoin ของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ควรถูกแช่แข็งหรือถูกระงับการใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้เหรียญตกไปอยู่ในมือของผู้ที่สามารถถอดรหัส Private Key ได้เป็นคนแรก

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับช่องยูทูป Galaxy เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา CZ กล่าวว่า หาก Bitcoin มีการทำ Hard Fork เพื่อนำระบบเข้ารหัสแบบป้องกันควอนตัมมาใช้ ชุมชนอาจกำหนดช่วงระยะเวลาประมาณ 6-12 เดือน เพื่อให้ผู้ถือ Bitcoin ย้ายสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าที่รองรับมาตรฐานความปลอดภัยใหม่

CZ ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวควรครอบคลุมถึงกระเป๋าที่เชื่อว่าเป็นของ Satoshi Nakamoto ซึ่งคาดว่าถือครอง Bitcoin อยู่ราว 1 ล้าน BTC และไม่มีการเคลื่อนไหวมานานกว่า 10 ปี หากพ้นช่วงเวลาที่กำหนดแล้วยังไม่มีการย้ายเหรียญ โปรโตคอลใหม่ก็ควรระงับการใช้งานของกระเป๋าเหล่านั้น

เขาให้เหตุผลเสริมว่า หากยังปล่อยให้กระเป๋า Bitcoin ที่ใช้ระบบเข้ารหัสแบบเก่าใช้งานได้อยู่ เมื่อควอนตัมคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงมากพอ บุคคลแรกที่สามารถถอดรหัส Private Key ได้ อาจเข้าครอบครอง Bitcoin เหล่านั้น แม้จะไม่ใช่เจ้าของตัวจริงก็ตาม ดังนั้น การแช่แข็งกระเป๋าที่ไม่ได้อัปเกรดจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้สินทรัพย์จำนวนมหาศาลตกอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี

อย่างไรก็ตาม CZ ยอมรับว่า แนวคิดนี้ไม่มีคำตอบที่ดีที่สุด เพราะการแช่แข็งเหรียญของซาโตชิ ย่อมขัดกับหลักการสำคัญของ Bitcoin ที่ให้ความสำคัญกับสิทธิ์ในการถือครองสินทรัพย์และการไม่สามารถอายัดเหรียญได้

เขาย้ำว่า การตัดสินใจไม่ควรขึ้นอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ควรเป็นความเห็นส่วนใหญ่ของชุมชน Bitcoin ซึ่งอาจใช้กระบวนการ Miner Signaling หรือการส่งสัญญาณจากนักขุด เพื่อแสดงความเห็นชอบต่อแนวทางใดแนวทางหนึ่ง

แม้ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะเจาะระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ แต่ประเด็นการอัปเกรดเครือข่ายเพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคตกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในหมู่นักพัฒนาและนักวิจัย และอาจกลายเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของ Bitcoin หากเทคโนโลยีดังกล่าวเกิดขึ้นจริง


มุมมองผู้เขียน: ข้อเสนอของ CZ อาจทำให้เกิดคำถามสำคัญที่ชุมชน Bitcoin จะต้องตอบในอนาคตว่า ระหว่างการรักษาอุดมการณ์ กับการปกป้องสินทรัพย์จากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ควรให้น้ำหนักกับสิ่งใดมากกว่ากัน