bitkub-banner

ตลาดดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เผชิญภาวะตึงตัว อาจช่วยหนุนราคา Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงอยู่ในสภาวะเปราะบางจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve ร่วมกับปัญหาเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
  • ข้อมูลจาก CFTC และ ICE Europe ชี้ว่าสถานะ Long สุทธิใน Dollar Index พุ่งสูงขึ้น 18% แตะระดับ 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งสูงสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่ฝั่งตลาดอัตราดอกเบี้ยมีการเปิดสถานะ Short ในสัญญาฟิวเจอร์ส SOFR สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2.97 ล้านสัญญา
  • ความต้องการที่กระจุกตัวอยู่ในฝั่งดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยมากเกินไปจนขาดความสมดุลอาจทำให้เกิดการเทขายและกลับทิศทางของราคาอย่างรวดเร็วหากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและกลายเป็นฐานราคาที่แข็งแกร่งให้กับ Bitcoin

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากภาวะการเปิดสถานะที่หนาแน่นเกินไปในตลาดดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเกิดการกลับทิศทางอย่างรุนแรงซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและบอนด์ยีลด์ลดลงอันเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อ Bitcoin

ภาพรวมของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในปัจจุบันยังคงเผชิญกับมรสุมรอบด้านที่ทำให้นักลงทุนฝั่งขาซื้อไม่สามารถวางใจได้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงินของ Federal Reserve ทิศทางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางและตัวเลขเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF ที่พุ่งสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนนี้ อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากโครงสร้างลึกของตลาดการเงินโลกกลับเริ่มปรากฏสัญญาณความหวังที่อาจช่วยพยุงราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลเอาไว้ได้

สัญญาณความหวังนี้มาจากสภาวะล้นเกินของการเปิดสถานะในตลาดเงินดอลลาร์และตลาดอัตราดอกเบี้ย โดยตัวเลขการเปิดสถานะ Long ใน Dollar Index ขยับเพิ่มขึ้น 18% ไปอยู่ที่ระดับ 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 7 ปี ขณะเดียวกันกลุ่มกองทุนเลเวอเรจก็แห่กันเปิดสถานะ Short ในสัญญาฟิวเจอร์ส SOFR ทะลุ 2.97 ล้านสัญญา คิดเป็นมูลค่าการเดิมพันว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้นรวมกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

การที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกเดิมพันไปในทิศทางเดียวกันอย่างสุดโต่งเช่นนี้ทำให้โครงสร้างตลาดมีความเปราะบางสูงมาก และพร้อมจะเกิดการปรับฐานเพื่อล้างพอร์ตอย่างรุนแรงทันทีหากมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ หรือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง กระแสเงินทุนจะไหลย้อนกลับส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์ดิ่งลงทันที ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสินทรัพย์เสี่ยง

ในส่วนของความเคลื่อนไหวทางเทคนิค ปัจจุบันราคา Bitcoin ยังคงแกว่งตัวอยู่ใกล้ระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยการปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200-week SMA เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปี 2023 แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะสะท้อนถึงอารมณ์ตลาดที่ย่ำแย่ แต่หากพิจารณาจากสถิติในอดีต การที่ราคาปรับตัวลดลงมาอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวนี้มักจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงระยะสุดท้ายของตลาดหมี และมักจะกลายเป็นจุดเข้าซื้อสะสมที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างยอดเยี่ยมในเวลาต่อมา

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าสภาวะตลาดในเวลานี้เข้าสู่จุดที่เรียกว่าเป็นภาวะยอมจำนนของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งมักจะเป็นจุดกลับตัวที่สำคัญตามกลไกตลาดการเงิน การกระจุกตัวของการเดิมพันฝั่งดอลลาร์และดอกเบี้ยสูงในระดับหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเปรียบเสมือนระเบิดเวลาทางสภาพคล่องที่พร้อมจะทำงานทันทีที่มีสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว

การลดลงต่ำกว่าเส้น 200-week SMA แม้จะดูน่ากลัวในมุมมองทางเทคนิคระยะสั้น แต่มันคือโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มีวินัยในการเข้าเก็บสินทรัพย์ในราคาที่มีส่วนลดจำนวนมาก แทนที่จะตื่นตระหนกไปกับยอดเงินไหลออกสุทธิของกองทุน ETF นักลงทุนควรหันมาติดตามตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะนั่นจะเป็นชนวนเหตุสำคัญที่จะจุดชนวนให้เกิดการกลับทิศทางของเงินทุนโลกและผลักดันให้ Bitcoin ฟื้นตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่ง