สรุปข่าว
- ทำเนียบขาวได้ส่งคำเชิญถึงตัวแทนกลุ่มผู้บังคับใช้กฎหมายที่ออกมาคัดค้านเนื้อหาบางส่วนในร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตเคอร์เรนซีหรือ CLARITY Act เพื่อเข้าร่วมการหารือและปรับความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการใช้เงินผิดกฎหมาย
- ประเด็นความขัดแย้งหลักมุ่งเป้าไปที่มาตรา 604 ซึ่งให้การคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์สาย DeFi ไม่ให้ถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ให้บริการส่งเงินทางกฎหมาย โดยฝั่งสมาคมนายอำเภอแห่งชาติมองว่าการละเว้นแบบเหมาโหลเช่นนี้อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มอาชญากรนำเครื่องมือมาใช้ฟอกเงินได้อย่างเสรี
- Patrick Witt ที่ปรึกษาด้านคริปโตเคอร์เรนซีของทำเนียบขาวกำลังเดินหน้าพูดคุยกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างสมาชิกวุฒิสภา Elizabeth Warren ที่มักหยิบยกประเด็นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในวงจรอาชญากรรมมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากความเคลื่อนไหวนี้เป็นเพียงขั้นตอนการเจรจาทางการเมืองและการปรับปรุงร่างกฎหมายซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะมีความชัดเจนจึงยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือสภาพคล่องของตลาดในระยะสั้น
ทำเนียบขาวกำลังพยายามเร่งเครื่องเพื่อเคลียร์อุปสรรคชิ้นสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตเคอร์เรนซีของสหรัฐอเมริกาหรือที่รู้จักกันในชื่อ Digital Asset Market Clarity Act ล่าสุดมีรายงานว่าตัวแทนจากทำเนียบขาวได้เชิญกลุ่มองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายที่แสดงจุดยืนคัดค้านเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าวให้เข้ามานั่งโต๊ะเจรจากันในวันจันทร์นี้ เพื่อหาข้อสรุปและปรับความเข้าใจในประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่ากฎหมายฉบับนี้อาจมีช่องโหว่ในการป้องกันการใช้เงินทุนที่ผิดกฎหมาย
จุดศูนย์กลางของความขัดแย้งในครั้งนี้ตกไปอยู่ที่มาตรา 604 ของร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างเครื่องมือขึ้นมาโดยไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้าไปควบคุมดูแลระบบในท้ายที่สุด จะได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกตีความทางกฎหมายว่าเป็นผู้ให้บริการส่งเงินหรือ Money Transmitters ซึ่งสำหรับฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีแล้ว กฎข้อนี้ถือเป็นเกราะป้องกันชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถเดินหน้าสร้างสรรค์โปรเจกต์การเงินแบบกระจายศูนย์หรือ DeFi ต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างสมาคมนายอำเภอแห่งชาติ พวกเขากลับมองว่าการเขียนกฎหมายในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยทางกลุ่มได้เคยส่งจดหมายถึงผู้นำคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเพื่อชี้ให้เห็นว่า การละเว้นแบบครอบจักรวาลให้กับบริการและโปรเจกต์ DeFi ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลมารองรับเพียงพอ แม้ว่านักพัฒนาบางส่วนจะไม่ได้มีเจตนาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการส่งเงินจริง แต่ก็ยังมีกลุ่มคนอีกจำนวนมากที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
ทางด้าน Patrick Witt ที่ปรึกษาด้านคริปโตเคอร์เรนซีของทำเนียบขาว ซึ่งรับหน้าที่เป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ได้พยายามเดินสายพูดคุยกับกลุ่มผู้คัดค้านมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้บังคับใช้กฎหมายหรือแม้แต่นายธนาคารจากวอลล์สตรีท เพื่อรักษาแรงส่งให้ร่างกฎหมายนี้สามารถผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาไปได้ โดย Witt เคยกล่าวในงานสัมมนาของกลุ่มอุตสาหกรรมเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า กฎหมายฉบับนี้คือการสร้างขอบเขตที่ชัดเจนให้กับธุรกิจที่กำลังอยู่ในภาวะสุญญากาศ และกลุ่มผู้บังคับใช้กฎหมายเองก็ควรจะเป็นแนวร่วมคนสำคัญที่สุดที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้เพราะมันคือเครื่องมือที่พวกเขากำลังขาดหายไป
ในขณะเดียวกัน ขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่นำโดยสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรคเดโมแครตอย่าง Elizabeth Warren ก็ยังคงเดินหน้าโจมตีจุดอ่อนของร่างกฎหมายนี้อย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งเธอมักจะหยิบยกกรณีที่กลุ่มอาชญากร แก๊งค้ายาเสพติด และขบวนการค้ามนุษย์เลือกใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมขึ้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อสกัดกั้นร่างกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและกลุ่มผู้บังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ถือเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญของวงการ DeFi ในสหรัฐอเมริกาเลยครับคุณ การที่มาตรา 604 พยายามจะปกป้องนักพัฒนานั้นถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องในแง่ของการส่งเสริมนวัตกรรม แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความกังวลของฝั่งผู้รักษากฎหมายก็มีมูลความจริง เพราะเครื่องมือการเงินแบบกระจายศูนย์มักจะถูกแก๊งแฮกเกอร์นำมาใช้ฟอกเงินเสมอ หากทำเนียบขาวสามารถหาจุดสมดุลที่ยอมประนีประนอมให้มีการตรวจสอบได้ในระดับหนึ่งโดยไม่ทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ต้องหยุดชะงัก ร่างกฎหมายนี้ก็น่าจะมีโอกาสผ่านความเห็นชอบได้สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความชัดเจนด้านกฎระเบียบและเสถียรภาพของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในระยะยาวอย่างแน่นอนครับ

