bitkub-banner

Citi หั่นเป้า Bitcoin และ Ethereum เซ่นเงิน ETF ไหลออก-กฎหมายคริปโทฯส่อสะดุด 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Citi group ปรับลดเป้าราคา Bitcoin ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า จาก 112,000 ดอลลาร์ เหลือ 82,000 ดอลลาร์ ส่วน Ether ปรับจาก 3,175 ดอลลาร์ เหลือ 2,240 ดอลลาร์
  • สาเหตุหลักมาจากการที่ Citi ปรับสมมติฐานเงินไหลเข้ากองทุน ETF ในปีหน้าเหลือ “ศูนย์” จากเดิมที่เคยคาดว่า จะมีเงินไหลเข้าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์
  • ในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด Citi มองว่า Bitcoin อาจร่วงไปถึง 53,000 ดอลลาร์ และ Ether อาจหลุดไปที่ 1,094 ดอลลาร์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish

การที่แบงก์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Citi ออกมาปรับลดเป้าราคาแรงขนาดนี้ ย่อมกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้นถึงกลาง โดยเฉพาะเมื่อสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมเงินลงทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF จริง ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ลอย ๆ ประกอบกับความไม่แน่นอนของกฎหมายในสหรัฐฯ ที่ยังคาราคาซัง ทำให้แรงหนุนที่จะดันราคา Bitcoin และ Ether กลับขึ้นไปในระยะสั้นค่อนข้างจำกัด

Citigroup ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้ปรับลดคาดการณ์ราคา Bitcoin (BTC) และ Ether (ETH) ในระยะ 12 เดือนข้างหน้าลงอย่างรุนแรง โดยระบุว่า ความต้องการของนักลงทุนที่อ่อนแอลง, กระแสเงินลงทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF และความล่าช้าในการผลักดันกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ล้วนเป็นปัจจัยลบ ที่เข้ามาทำลายแนวโน้มการเติบโตของ 2 เหรียญคริปโทที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รายงานระบุว่า ทางโบรกเกอร์ของ Citi ได้ทำการปรับลดเป้าราคาของ Bitcoin ลงมาอยู่ที่ 82,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้สูงถึง 112,000 ดอลลาร์ และได้หั่นคาดการณ์ราคาของ Ether ลงมาอยู่ที่ 2,240 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 3,175 ดอลลาร์ 

โดยการปรับลดเป้าหมายครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 58,864 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุด นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 และมูลค่าหายไปกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ที่เคยทำไว้ที่ 126,223 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว 

ส่วนราคา Ether ล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 1,585 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำที่สุด นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นมา

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการหั่นราคาเป้าหมายในครั้งนี้ มาจากการที่ Citi ตัดสินใจปรับลดสมมติฐานกระแสเงินทุนสุทธิที่จะไหลเข้าสู่กองทุน ETF ในรอบ 12 เดือนข้างหน้า ลงเหลือ “ศูนย์” จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่า จะมีเงินไหลเข้าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

โดย Citi ระบุว่า กระแสเงินทุนใน ETF ซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนราคาที่สำคัญได้พลิกกลับมาติดลบในช่วงนี้ โดยเฉพาะกองทุน Bitcoin ETF ที่มีเงินไหลออกไปแล้วประมาณ 3,300 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา และทางธนาคารคาดว่า การยอมรับคริปโทในวงกว้างของนักลงทุนจะยังคงถูกแช่แข็งต่อไป จนกว่าจะมีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมา

นอกจากนี้ ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับมหภาค ควบคู่ไปกับการที่เม็ดเงินลงทุนยังคงไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง Citi ประเมินว่าราคาของ Bitcoin อาจดิ่งลงไปอยู่ที่ 53,000 ดอลลาร์ และ Ether อาจร่วงไปแตะระดับ 1,094 ดอลลาร์ ภายในปีหน้าได้เช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันทั้งสองเหรียญกำลังซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงอารมณ์ตลาดที่เป็นฝั่งขาลงอย่างชัดเจน

ข่าวลือจะเกิดการเทขาย Bitcoin ขององค์กร และเม็ดเงินที่ไหลไปหา AI

นอกจากเรื่องกองทุน ETF แล้ว Citi ยังชี้ว่า ความคืบหน้าที่ล่าช้าของกฎหมายควบคุมคริปโทในสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลของตลาด เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่บริษัทผู้ถือครองคริปโตเป็นคลังสำรอง อาจจะทำการเทขาย Bitcoin ออกมา ได้ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง 

ซึ่งความอ่อนแอของตลาดคริปโทในรอบนี้ ดันเกิดขึ้นประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่นักลงทุนพากันหมุนเวียนเงินลงทุน ย้ายฝั่งไปเข้าซื้อสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทน

ปัจจัยทั้งหมดนี้ จึงทำให้ทั้ง Bitcoin และ Ether สูญเสียมูลค่าที่เคยสะสมและเติบโตขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้ไปเกือบหมด โดยมีแรงกดดันหลักจากแรงซื้อฝั่งกองทุน ETF ที่หดหาย ความสนใจของนักลงทุนที่จืดจางลง และความคลางแคลงใจต่อพฤติกรรมการซื้อขายของบริษัทเอกชนรายใหญ่ในอุตสาหกรรม

ที่มา : reuters


มุมมองผู้เขียน : การปรับเป้าราคาของ Citi ในครั้งนี้ สะท้อนว่า สถาบันการเงินระดับโลกเริ่มมองตลาดคริปโทด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่มองแค่ความผันผวนระยะสั้น ซึ่งหากกฎหมายในสหรัฐฯ ยังไม่คืบหน้าและเงินลงทุนยังไหลไปหา AI ต่อเนื่อง ตลาดอาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้