bitkub-banner

ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งซื้อทอง 41 ตันในเดือนพฤษภาคม โปแลนด์นำโด่งซื้อเพิ่ม 18 ตัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 41 ตัน ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากเดือนก่อน และเป็นปริมาณการซื้อสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของปีนี้ โดย ธนาคารกลางโปแลนด์ เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดที่ 18 ตัน นับเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันที่ซื้อทองมากกว่า 10 ตัน
  • โปแลนด์ถือครองทองคำรวม 614 ตัน และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมาย 700 ตัน ขณะที่ ธนาคารกลางจีน ซื้อทองเพิ่มอีก 10 ตัน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ส่งผลให้จีนมีทองคำสำรองรวม 2,331 ตัน คิดเป็นประมาณ 9% ของทุนสำรองทั้งหมด
  • ผลสำรวจ Central Bank Gold Reserves Survey 2026 ของ World Gold Council พบว่า 89% ของผู้บริหารธนาคารกลางทั่วโลกคาดว่าปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และ 45% ระบุว่าสถาบันของตนมีแผนซื้อทองเพิ่ม ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าทองยังเป็นสินทรัพย์สำรองที่ได้รับความเชื่อมั่นในระยะยาว แม้ราคาทองจะเผชิญแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา แต่ความต้องการจากธนาคารกลางอาจช่วยพยุงราคาทองในระยะยาวได้

แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าสะสมทองอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก World Gold Council ระบุว่า เดือนพฤษภาคม 2026 มีการซื้อทองสุทธิรวม 41 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนก่อนหน้า และสะท้อนว่าหลายประเทศยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองที่สำคัญ

โปแลนด์ยังเป็นผู้ซื้อทองรายใหญ่ที่สุด

ธนาคารกลางโปแลนด์ซื้อทองเพิ่มอีก 18 ตัน ในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ปัจจุบันถือครองทองรวม 614 ตัน และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการถือครองทอง 700 ตัน

นอกจากนี้ โปแลนด์ยังซื้อทองมากกว่า 10 ตันต่อเดือนเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน สะท้อนถึงการสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการซื้อขายตามทิศทางของราคาในระยะสั้น

ขณะที่ธนาคารกลางจีนซื้อทองเพิ่มอีก 10 ตัน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ส่งผลให้จีนถือครองทองคำรวม 2,331 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 9% ของทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมด

ธนาคารกลางทั่วโลกยังเชื่อมั่นในทองคำ

ผลสำรวจของ World Gold Council พบว่า ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ โดย 89% เชื่อว่าปริมาณทองคำสำรองทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังมี 45% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ระบุว่าธนาคารกลางของตนมีแผนซื้อทองเพิ่ม ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำผลสำรวจ สะท้อนว่าหลายประเทศยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มทองคำในทุนสำรอง

เหตุใดราคาทองยังปรับตัวลง

แม้ความต้องการจากธนาคารกลางจะยังแข็งแกร่ง แต่ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากการไหลออกของเงินลงทุนในกองทุนทองคำ รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองยังไม่สามารถกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้ในระยะสั้น แม้ว่าความต้องการจากธนาคารกลางจะยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม


การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลกสะท้อนว่าทองยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาว แม้ราคาจะยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก แต่การสะสมทองของหลายประเทศอาจช่วยสร้างฐานที่แข็งแกร่งให้กับตลาดในอนาคต และเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง