สรุปข่าว
- กระแสการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และเซมิคอนดักเตอร์เริ่มแสดงความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนในการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลและชิปประมวลผล
- ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิปและหน่วยความจำรายใหญ่อย่าง Micron Technology และ Sandisk ต่างเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักหลังจากที่ Samsung Electronics รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองที่แม้จะทำสถิติสูงสุดแต่กลับพลาดเป้าหมายรายได้จนส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 7%
- ความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเริ่มเด่นชัดมากขึ้นเมื่อ Zhipu AI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัปแถวหน้าของจีนหันมาพัฒนาชิปคัสตอมเพื่อรองรับโมเดลของตนเองซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของระบบนิเวศต้นทุนต่ำในประเทศที่อาจเข้ามาแทนที่ชิปราคาแพงจากสหรัฐอเมริกาในขณะที่หุ้นของ SK Hynix ก็ดิ่งลงถึง 25% จากจุดสูงสุด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากหากความคลั่งไคล้ในการลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มชะลอตัวลงก็มีโอกาสสูงที่เม็ดเงินเก็งกำไรจำนวนมหาศาลจะเกิดการหมุนเวียนและไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึง Bitcoin ในระยะยาว
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และชิปเซมิคอนดักเตอร์กำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งสำคัญเมื่อนักลงทุนเริ่มทบทวนความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำอย่าง Micron Technology และ Sandisk ต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก

ปัจจัยกดดันหลักมาจากรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองของ Samsung Electronics ที่แม้จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แต่กลับทำรายได้พลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงไปเกือบ 7% และฉุดรั้งบรรยากาศการลงทุนในตลาดชิปให้ซบเซาลงอย่างกว้างขวาง
ในขณะเดียวกันบริษัท SK Hynix ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญก็เผชิญกับราคาหุ้นที่ดิ่งลงถึง 25% จากจุดสูงสุดก่อนหน้าที่จะมีการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์นี้ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวก็ยิ่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนออกไปจากหุ้นชิปที่มีอยู่ในตลาดเดิม
นอกจากนี้ตลาดโลกยังเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเมื่อ Zhipu AI ซึ่งเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัปด้าน AI ชั้นนำของจีนเริ่มหันมาศึกษาการพัฒนาชิปประมวลผลสำหรับใช้งานเองเพื่อรองรับความต้องการของโมเดลโอเพนซอร์ส GLM ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผงาดขึ้นของระบบนิเวศการประมวลผลที่เน้นต้นทุนต่ำและการพึ่งพาฮาร์ดแวร์ภายในประเทศมากกว่าการพึ่งพาชิปประสิทธิภาพสูงราคาสูงลิ่วจากฝั่งสหรัฐอเมริกา
ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการเสนอขายหุ้นของ SpaceX และท่ามกลางมูลค่าของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งสูงจนเกินพอดี ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าความก้าวหน้าในระยะต่อไปจะยังคงต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐานระดับมหาศาลแบบนี้ต่อไปหรือไม่
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าสภาวะความอ่อนล้าของการลงทุนในกลุ่มนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาที่สำคัญและเป็นผลดีอย่างมากต่อวัฏจักรของสินทรัพย์ดิจิทัล ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีและ Bitcoin ต้องเผชิญกับภาวะเสียเปรียบด้านสภาพคล่องส่วนหนึ่งเพราะเม็ดเงินเก็งกำไรส่วนใหญ่หลั่งไหลไปกระจุกตัวอยู่กับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทว่าเมื่อความคาดหวังเริ่มตึงตัวและเผชิญกับมูลค่าที่สูงเกินจริงนักลงทุนย่อมต้องมองหาแหล่งพักเงินแห่งใหม่ การโยกย้ายของเม็ดเงินลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติของโลกการเงิน และหากความกระตือรือร้นฝั่งโครงสร้างพื้นฐานยังคงลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง สินทรัพย์ดิจิทัลก็มีโอกาสที่จะได้เห็นเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่หมุนเวียนกลับเข้ามาเพื่อผลักดันให้ตลาดกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

