สรุปข่าว
- Vanguard บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลกที่ดูแลเงินทุนมูลค่ากว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐประกาศเปิดรับสมัครผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อเข้ามาวางโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชน
- บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารตำแหน่งใหม่นี้จะครอบคลุมตั้งแต่การประเมินโอกาสทางธุรกิจในเรื่องการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล การศึกษาเสถียรภาพของ Stablecoin กระเป๋าเงินดิจิทัล ระบบการรับฝากสินทรัพย์ ตลอดจนการเป็นตัวแทนขององค์กรในการเข้าพบและหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลของภาครัฐ
- การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญของบริษัทหลังจากที่เคยแสดงจุดยืนต่อต้านและปฏิเสธการมีส่วนร่วมในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างยาวนาน ต่างจากบริษัทยักษ์ใหญ่รายอื่นอย่าง BlackRock และ Fidelity ที่กระโดดเข้าร่วมวงล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากกระแสหันเหทิศทางของสถาบันการเงินระดับตำนานที่เคยเป็นผู้คัดค้านรายใหญ่ที่สุดจะช่วยดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันรายอื่นและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้แก่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม
วงการคริปโตเคอร์เรนซีได้รับข่าวดีเชิงบวกระดับมหภาคเมื่อ Vanguard บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้เริ่มส่งสัญญาณเปิดรับอุตสาหกรรมนี้อย่างเป็นทางการด้วยการประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัล
โดยผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งระดับสูงนี้จะต้องทำหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ วางแผนงานระยะยาวหลายปี รวมถึงออกแบบกรอบการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลเพื่อผสมผสานสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งของบริษัท นอกจากนี้ยังต้องประเมินและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาขีดความสามารถภายในองค์กรหรือการเลือกจับมือกับพันธมิตรภายนอกในเรื่องของเทคโนโลยีบล็อกเชน ระบบการชำระเงิน และการรับฝากสินทรัพย์ เพื่อประเมินทิศทางว่าควรจะเริ่มลงสนามในส่วนใดของตลาด
การขยับตัวในรอบนี้ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะในอดีต Vanguard ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่แสดงท่าทีต่อต้านและไม่เชื่อมั่นในสินทรัพย์ประเภทนี้มากที่สุดในวอลล์สตรีท สวนทางกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง BlackRock, Fidelity หรือ Franklin Templeton ที่พากันเปิดตัวกองทุน Spot Bitcoin ETF และโครงการบล็อกเชนไปล่วงหน้าแล้ว
แม้ว่าทาง Vanguard จะเริ่มผ่อนปรนมาตรการลงบ้างในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาโดยการอนุญาตให้ลูกค้าในระบบนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์สามารถเข้าถึงและซื้อขายกองทุน ETF คริปโตเคอร์เรนซีของค่ายอื่นได้ แต่ทางบริษัทก็ยังคงยืนยันหนักแน่นภายใต้การนำของ CEO คนปัจจุบันอย่าง Salim Ramji ว่าบริษัทไม่มีนโยบายที่จะออกผลิตภัณฑ์หรือกองทุนคริปโตเคอร์เรนซีเป็นของตัวเอง เนื่องจากมองว่าสินทรัพย์ดังกล่าวยังไม่สอดคล้องกับปรัชญาการลงทุนระยะยาวขององค์กร การเปิดรับสมัครผู้บริหารเพื่อเข้ามาดูแลด้านนี้โดยเฉพาะจึงเป็นสิ่งยืนยันว่าบริษัทกำลังขยายขอบเขตและมุมมองให้กว้างไกลกว่าเดิม
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการเปลี่ยนท่าทีของ Vanguard เปรียบเสมือนการทลายกำแพงความกลัวครั้งใหญ่ของสถาบันการเงินดั้งเดิม การที่ยักษ์ใหญ่ผู้ถือครองเม็ดเงินระดับ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐยอมจัดตั้งตำแหน่งผู้บริหารเพื่อดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่สามารถมองข้ามการเติบโตและความต้องการของตลาดในโลกบล็อกเชนได้อีกต่อไป แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะไม่ได้นำไปสู่การเปิดตัวกองทุน ETF ของตัวเองในเร็ววัน แต่การหันมาศึกษาเรื่องระบบ Tokenization, Stablecoin และการเก็บรักษาข้ามระบบ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งผลดีต่อตลาดในอนาคต เมื่อผู้คัดค้านที่แข็งกร้าวที่สุดยังยอมหันมาศึกษาและวางกลยุทธ์ สิ่งนี้ย่อมสร้างความเชื่อมั่นอย่างมหาศาลให้แก่นักลงทุนรายย่อยและผลักดันให้ภาพรวมของตลาดก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการยอมรับในระดับสถาบันอย่างแท้จริง

