bitkub-banner

Market Cap ตลาดคริปโตฟื้นกว่า 5.5 ล้านล้านบาทนับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่าตลาดคริปโตรวมฟื้นตัวจากประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ราว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นกว่า 1.70 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท
  • การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจาก Bitcoin ที่กลับมายืนเหนือระดับ 61,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum และ Solana ปรับตัวขึ้นตาม หลังแรงกดดันจากตลาดเริ่มคลี่คลาย
  • ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาด ได้แก่ การกลับมาของเงินลงทุนในกองทุน Spot Bitcoin ETF การส่งสัญญาณว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อเริ่มลดลงจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนที่ออกมาต่ำกว่าคาด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

แม้มูลค่าตลาดคริปโตจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดขาลงสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากตลาดยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมมาก และนักลงทุนยังต้องติดตามทิศทางเงินทุนและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

หลังจากเผชิญแรงขายอย่างหนักตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดตลาดคริปโตเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง โดยมูลค่าตลาดรวมเพิ่มขึ้นกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม

การฟื้นตัวครั้งนี้ทำให้มูลค่าตลาดคริปโตกลับมาอยู่บริเวณ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากเคยลดลงแตะระดับประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน

อะไรเป็นปัจจัยหนุนตลาดรอบนี้

นักวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวเกิดจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งเงินลงทุนที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF หลังเผชิญเงินไหลออกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยลดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

นอกจากนี้ การที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลาย ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

Bitcoin และ Altcoin กลับมาฟื้นตัว

Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์ อีกครั้ง ขณะที่ Ethereum และ Solana ก็ปรับตัวขึ้นตาม ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโตเริ่มกลับมาคึกคัก หลังจากเผชิญแรงขายต่อเนื่องตลอดไตรมาสที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวของเหรียญขนาดใหญ่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดโดยรวม และเป็นแรงหนุนให้เงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล

ตลาดยังต้องพิสูจน์การฟื้นตัว

แม้การฟื้นตัวครั้งนี้จะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่มูลค่าตลาดคริปโตยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีตค่อนข้างมาก อีกทั้งเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ยังไม่สามารถชดเชยเงินที่ไหลออกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้ทั้งหมด

นักลงทุนจึงยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางของตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี


แม้ตลาดคริปโตจะฟื้นตัวกว่า 5.5 ล้านล้านบาท ภายในเวลาไม่นาน แต่การจะยืนยันว่าตลาดเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่หรือไม่นั้น ยังต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันที่ไหลเข้าต่อเนื่อง และภาวะเศรษฐกิจที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง หากทั้งสองปัจจัยยังเดินหน้าไปในทิศทางบวก ก็อาจช่วยให้การฟื้นตัวของตลาดมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง