bitkub-banner

Circle โดนฟ้องฐานเมินอายัด USDC ที่แฮกเกอร์สูบเหรียญจาก Drift Protocol

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Circle ถูกนักลงทุนของ Drift Protocol กว่า 100 ราย ยื่นฟ้องแบบกลุ่ม หลังถูกกล่าวหาว่าไม่อายัด USDC มูลค่าประมาณ 230 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.7 พันล้านบาท ที่ถูกแฮกเกอร์เคลื่อนย้ายข้ามบล็อกเชน
  • ฝ่ายโจทก์ชี้ว่า Circle มีความสามารถทางเทคนิคในการอายัดเหรียญ แต่ปล่อยให้ผู้โจมตีทำธุรกรรมผ่านระบบ CCTP เป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่เข้าแทรกแซง
  • ฝั่ง ARK Invest มองว่า Circle ตัดสินใจถูกต้อง เพราะการอายัดเงินโดยไม่มีคำสั่งศาลอาจเปิดช่องให้บริษัทเอกชนใช้อำนาจตามดุลยพินิจโดยไม่มีมาตรฐานชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Circle ผู้ออกเหรียญ USDC ถูกนักลงทุนของ Drift Protocol กว่า 100 ราย ยื่นฟ้องแบบกลุ่ม หลังถูกกล่าวหาว่าปล่อยให้แฮกเกอร์เคลื่อนย้าย USDC มูลค่าราว 230 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.7 พันล้านบาท) ข้ามจากบล็อกเชน Solana ไปยัง Ethereum เป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่เข้ามาแทรกแซง ทั้งที่บริษัทมีความสามารถในการอายัดเหรียญดังกล่าว ฝ่ายโจทก์มองว่า Circle อาจช่วยลดความเสียหายจากเหตุโจมตีได้

Circle บริษัทคริปโตผู้ออกเหรียญ Stablecoin อย่าง USDC ถูกกลุ่มนักลงทุนของ Drift Protocol ยื่นฟ้องแบบกลุ่ม โดยกล่าวหาว่า บริษัทปล่อยให้แฮกเกอร์ขนย้าย USDC มูลค่าประมาณ 230 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.7 พันล้านบาท) ข้ามบล็อกเชนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทั้งที่บริษัทมีความสามารถในการอายัดเหรียญดังกล่าว

คดีนี้มี Joshua McCollum นักลงทุนของ Drift เป็นโจทก์หลัก และยื่นฟ้องในนามของผู้เสียหายมากกว่า 100 ราย ต่อศาลแขวงสหรัฐฯ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 หลัง Drift Protocol ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 1 เมษายน และสูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลรวมประมาณ 280-286 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.5 พันล้านบาท)

ในคำฟ้องระบุว่า แฮกเกอร์โอน USDC จากเครือข่าย Solana ไปยัง Ethereum ผ่าน Cross-Chain Transfer Protocol หรือ CCTP ของ Circle เป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยบริษัทไม่ได้เข้าแทรกแซง

ที่มา: James Seyffart

ทนายความของ McCollum ระบุในคำฟ้องว่า “Circle อนุญาตให้มีการใช้เทคโนโลยีและบริการของบริษัทเพื่อก่ออาชญากรรม”  โดยมองว่า ความเสียหายอาจไม่เกิดขึ้นหรืออาจลดลงอย่างมาก หาก Circle ดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

โจทก์กล่าวหา Circle ว่า ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการแปลงสินทรัพย์โดยมิชอบ รวมถึงกระทำการโดยประมาท ขณะที่สำนักงานกฎหมาย Mira Gibb ซึ่งเป็นตัวแทนของนักลงทุน กำลังเรียกร้องค่าเสียหาย โดยจำนวนเงินจะถูกกำหนดในชั้นพิจารณาคดีต่อไป

คดีนี้อาจกลายเป็นบททดสอบทางกฎหมายต่อบริษัทคริปโตที่มีสิทธิ์ในการอายัดสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ยังไม่มีคำสั่งจากศาลหรือหน่วยงานกำกับดูแลในขณะที่เหตุโจมตีกำลังเกิดขึ้น

ทนายความของ McCollum ระบุว่า Circle เคยอายัดกระเป๋าเงิน USDC จำนวน 16 ใบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีแพ่งของสหรัฐฯ ที่ถูกปิดผนึก เพียงประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุโจมตี Drift เพื่อชี้ว่า บริษัทมีความสามารถทางเทคนิคในการดำเนินการลักษณะเดียวกัน

Elliptic บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ประเมินว่าเหตุโจมตีดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ

ผู้โจมตีทำธุรกรรมมากกว่า 100 รายการผ่านเทคโนโลยี Cross-chain ของ Circle ในช่วงเวลาทำการของสหรัฐฯ ก่อนเปลี่ยนเงินเป็น Ethereum และส่งผ่าน Tornado Cash เพื่อปกปิดเส้นทางธุรกรรม

ARK Invest ชี้ Circle อายัดก็ถูกวิจารณ์ ไม่อายัดก็ถูกฟ้อง

Lorenzo Valente ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ ARK Invest กล่าวว่า Circle ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ไม่อายัดเงินโดยไม่มีคำสั่งทางกฎหมาย เนื่องจากอาจเปิดทางให้บริษัทเอกชนใช้อำนาจตามดุลยพินิจ

Valente กล่าวว่า “การอายัดเงินทุกครั้งจะกลายเป็นการตัดสินใจตามดุลยพินิจ และการไม่อายัดทุกครั้งจะกลายเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง” 

เขาตั้งคำถามว่า หาก Circle อายัดเงินของแฮกเกอร์ Drift Protocol บริษัทจะใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินว่า กระเป๋าต้องสงสัยรายอื่นควรถูกอายัดหรือไม่

แม้จะสนับสนุนการตัดสินใจของ Circle แต่ Valente ยอมรับว่า เงินที่ถูกขโมยอาจถูกนำไปสนับสนุนโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ พร้อมทิ้งท้ายว่า การตัดสินว่า Circle ทำถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละฝ่ายให้น้ำหนักกับหลักกฎหมาย หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมากกว่ากัน


มุมมองผู้เขียน: คดีนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุแฮกเท่านั้น แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญต่อวงการคริปโตว่า เมื่อบริษัทผู้ออก Stablecoin มีเครื่องมืออายัดสินทรัพย์อยู่ในมือ บริษัทควรเข้าแทรกแซงเร็วแค่ไหน และใครควรเป็นคนตัดสินใจว่า เมื่อไหร่ถึงควรกดปุ่มดังกล่าว